มหากาพย์​ Tablet นักเรียน …

March 20th, 2012 No comments
  1. Share
    สัมภาษณ์สด น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ในรายการ Inside Thailand สดทาง www.springnewstv.tv
  2. มหากาพย์นี้เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว ตอนหาเสียงเลือกตั้ง ที่พรรคเพื่อไทยสัญญาว่าจะแจก tablet ให้นักเรียนป.1 ทั่วประเทศ หากได้เป็นรัฐบาล และก็ทำตามสัญญาตามที่หาเสียงๆว้จริงๆ แม้จะมีเสียงทักท้วงทั่วสารทิศถึงความพร้อมของเด็กนักเรียนระดับป.1 ความพร้อมของโครงข่ายอินเทอร์เน็ต และที่สำคัญความพร้อมของระบบการศึกษาและครู ที่หลายฝ่ายเป็นกังวลว่าอาจจะก้าวตามการของเครื่องเมือการเรียนรู้แบบใหม่นี้ไม่ทัน บ้างบอกว่าขอเวลาในการค่อยๆ ทยอยทดลองให้เด็กและครู​ได้ลองปรับการเรียนการสอน ให้เข้ากับเครื่องมือที่มาใหม่ บ้างก็ว่าขอให้ทดลองนำร่องให้บางโรงแรียนก่อน บ้างก็ว่าขอให้เปลี่ยนจากแจกเด็กป.1 ไปแจกเด็กที่โตกว่านี้ 
    แต่ไม่ว่าจะกี่คำทักท้วง และเสียงทัดทานให้ทบทวนโครงการ แต่ดูเหมือนรัฐบาลจะแน่วแน่กับสัญญาประชาคมที่ลั่นวาจาไว้ตอนหาเสียง มากกว่าสัญญาอื่นๆ ที่ให้ไว้ อาทิ เงินเดือน 15,000 บาททุกคน เป็นต้น ประกอบกับกระแสข่าวว่าโครงการนี้แท้จริงเป็นของพี่ชายท่านนายกฯบ้าง เป็นโครงการที่มีลับลมคมในที่รัฐบาลหรือคนในรัฐบาลจะได้ประโยชน์บ้าง จึงทำให้รัฐบาลแน่วแน่ที่จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปอย่างไม่ลดละ แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่าานมาจะมีเสียงวิพากย์วิจารณ์ต่างๆ นาๆ ก็ตามที 
    จากนั้นรัฐบาลลจีนเสนอรายชื่อบริษัทเอกชนจีน 4 รายมาให้รัฐบาลไทยพิจาณา Huawei, Haier, TCL, Scope รัฐบาลไทยโดยคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 tablet 1 นักเรียน ที่มีรมต.ก.ศึกษาธิการเป็นประธาน และมีรมต.ก.ไอซีทีและก.ต่างประเทศเป็นรองประธาน ได้มีมติ (ถอดความจากเสียงสัมภาษณ์รมต.ไอซีที) ตามคณะกรรมการจัดซื้อ เลือกบริษัท Scope ด้วยเหตุผลที่ว่า ได้คะแนนคุณสมบัติสูงสุด และเสนอราคามาดีที่สุด และรอให้คณะกรรมการบริหารนโยบายฯ​นำเรื่องเสนอเข้าสู่ครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบ และเพื่อดำเนินการต่อไป
  3. แต่รอแล้วรอเล่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้ถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณาของครม.เสียที สัปดาห์หนึ่งผ่านไปก็แล้ว สองสัปดาห์ก็แล้ว ทำให้มีกระแสข่าวว่า มีการตกลงกันไม่ได้เรื่องการจัดการบริษัท tablet บ้าง มีความขัดแย้งกันระหว่างสองกระทรวงบ้าง มีใบสั่งมาว่าต้องเป็น Huawei บ้าง หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน ก็มีการออกมาให้ข่าวว่า “ยังไม่มีการเลือกใคร แครบอกว่าใครเสนออะไร เท่าไหร่ อย่างไร” 
  4. ระหว่างนั้น นักข่าว ก็กุมขมับ และเช็คข่าวกันให้วุ่น เพราะมีกระแสว่า มีการดึงเกมการจัดหา tablet เพราะมีใบสั่งว่า จะเลือก Huawei เริ่มหนาหู จนรมต.ก.ไอซีทีออกมายืนยันว่าไม่มี Huawei ในการให้เข้ามาเสนอรายละเอียดอีกรอบในวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา เพราะ Huawei  เสนอราคามาสูงสุด ส���งเกินงบประมาณ 
  5. จากนั้นบ่ายวันพุธที่ 14 มีนาคม มีการรประชุมของคณะกรรมการบริหารนโยบายฯ มีมติเลือกบริษัทเอกชนจีน แต่ไม่สามาถรเปิดเผยได้ว่าเป็นใคร และจะดำเนินการทำหนังสือพร้อมรายละเอียดของข้อกฏหมายของไทยส่งไปให้รัฐบาลจีน รอรัฐบาลจีนตอบกลับมา ค่อยนำเรื่องเสนอเข้าครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการต่อ
  6. ล่าสุด วันนี้ [20 มีนาคม 55] มติครม. (สัญจร) สดๆ ร้อนๆ จากภูเก็ตก็ออกมาแล้ว ว่ารัฐบาลมีมติให้การจัดการ tablet สำหรับเดก็นักเรียนชั้นป.1 นั้น เป็นไปในรูปแบบของการเซ็น MOU ระหว่างรัฐบาลไทยกับเอกชนจีนที่รับคัดเลือก แทนการจัดหามาแบบ G2G (Government-to-Government) หรือเป็นการเซ็นสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน เหตุผลที่รัฐบาลให้คือ ไม่สามารถจัดกาด้วยวิธีการแบบ G2G ได้ เพราะผิดข้อกฏหมายของไทย  
  7. Share
    14:55 น. อนุดิษฐ์ระบุ”แท็บเล็ต”ใช้เอ็มโอยูเพื่อลดความเทอะทะ bit.ly/GB8nuU :Nation
  8. Share
    “อนุดิษฐ์”@Anudith ยันครม.ไฟเขียวเซ็นสัญญา “สโครป” ทำแท๊ปเล็ตป.1 ในราคา 81 เหรียญฯ คาดเซ็นสัญญาได้ในเดือนนี้ พร้อมจัดส่งถึงท่าเรือแหลมฉบัง
  9. Share
    RT @IT24hrs: RT @yoware: แท็บเล็ตผ่าน ครม.แล้ว กลับลำไม่ซื้อแบบ G2G กับจีน แต่ลดระดับลงเหลือแค่ซื้อภายใต้ MOU สองประเทศ”
  10. Share
    “อนุดิษฐ์” แจงว่า ครม.ให้เปลี่ยนหลักเกณฑ์จากซื้อ แท็บเล็ตแบบ G2G มาเป็นทางการไทยลงนามสัญญากับเอกชนจีน ภายใต้กรอบ MOU กับรัฐบาลจีน
  11. Share
    ถ้าเป็น G2G รัฐบาลจีนก็ต้องรับประกันเครื่องแท็บเล็ตที่เอกชนทำมาขายไทย ซึ่งกฎหมายจีนไม่เปิดช่องให้ทำได้
  12. Share
    แต่ภายใต้ MOU นี้ รัฐบาลจีนก็จะดูแลบริษัทเอกชนจีนที่หามาให้ไทยเลือก ให้ทำถูกต้องที่สุด…
  13. Share
    ระเบียบปกติ จัดซื้อของเกิน 2 ล้านบาท ต้องผ่าน e-Auction แต่กรณีแท็บเล็ต คณะกรรมการว่าด้วยระเบียบพัสดุ เปิดทางให้ทำได้ภายใต้ MOU
  14. Share
    คำถามคือ รัฐบาลจ่าย 1,900 ล้านทำสัญญาซื้อกับเอกชนจีนแบบนี้ได้หรือไม่ ? ไม่มีระเบียบใดเปิดทางให้จัดซื้อแบบ G2B ได้
  15. Share
    อนุดิษฐ์ เผยเซ็นต์สัญญาโครงการแท็บเล็ตป.1 สิ้นเดือนมี.ค.นี้
View :1438
Categories: Uncategorized Tags:

“จักร์กฤษ” นั่งประธานสภาการหนังสือพิมพ์ฯ สมัยที่ 7

March 7th, 2012 No comments

วันนี้ (6 มี.ค.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมัยที่ 7 ครั้งที่ 1/2555 เพื่อเลือกตั้งประธาน รองประธาน เลขาธิการ และกรรมการอื่นๆ ที่จำเป็นของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล จากเครือเนชั่น ได้รับเลือกเป็นประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมัยที่ 7 ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ส่วนรองประธานคนที่ 1 ได้แก่ นางผุสดี คีตวรนาฏ หนังสือพิมพ์ซิงจงเอี๋ยน และรองประธานคนที่ 2 ได้แก่ ศ.พิเศษ สิทธิโชค   ศรีเจริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมี นายวิโรจน์ วัฒนธาดากุล เป็นเลขาธิการ นายเฉลิมชัย ยอดมาลัย หนังสือพิมพ์แนวหน้า เป็นรองเลขาธิการ ส่วนเหรัญญิกได้แก่ นางสาวเจียมจิตต์ แซ่อึ่ง หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เลือกประธานอนุกรรมการชุดต่างๆ ได้แก่ ศ.พิเศษ สิทธิโชค ศรีเจริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ นายธนดล มีถม หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ รศ.ดร.ดรุณี      หิรัญรักษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการ นายพรชัย ปุณณวัฒนาพร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายเลขานุการ นายวิทิต ลีนุตพงษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ นางอุบลนัดดา สุภาวรรณ หนังสือพิมพ์ไทยนิวส์รายวัน จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานคณะอนุกรรมการสมาชิกสัมพันธ์ และ     นายภัทระ คำพิทักษ์ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการจริยธรรมและสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน

ภายหลังการประชุมได้มีพิธีส่งมอบงาน โดยนายปราโมทย์ ฝ่ายอุประ ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมัยที่ 6 ได้ส่งมอบงานให้กับ นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติคนใหม่ กล่าวว่า      ภารกิจของคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ชุดใหม่ คือการปฏิรูปโครงสร้างการทำงาน ธรรมนูญ ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ซึ่งไม่สอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในยุคที่ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ รวมตัวกันก่อตั้งสภาการหนังสือพิมพ์ฯ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2540 ยังคงมีเพียงสื่อหนังสือพิมพ์เท่านั้น แต่ปัจจุบันกิจการหนังสือพิมพ์ ได้พัฒนาไปสู่ยุคของการหลอมรวมสื่อ สภาพของสื่อ และการละเมิดจริยธรรมมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น จำเป็นต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์สื่อที่เปลี่ยนไป

นายจักร์กฤษ กล่าวว่า เรื่องวิกฤติศรัทธาก็เป็นประเด็นสำคัญและเร่งด่วนอีกเรื่องหนึ่ง            ที่คณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ชุดใหม่จะต้องเร่งระดมความเห็น เพื่อทบทวนถึงบทบาทที่เป็นอยู่ และบทบาทที่ควรเป็นไป นอกจากนั้นความสัมพันธ์กับองค์กรสมาชิก ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจ ทั้งนี้สภาการหนังสือพิมพ์ฯ จะจัดให้มีการประชุมเพื่อวางยุทธศาสตร์การทำงานในระยะ 3 ปีจากนี้ และวางรากฐานต่อไปในอนาคต เพื่อให้สภาการหนังสือพิมพ์ฯ เป็นที่หวังและพึ่งพิงได้

“ทุกคนที่เข้ามาทำงานในสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ถือว่าไม่มีสังกัด ไม่มีค่าย ไม่มีกรุงเทพฯ ไม่มีต่างจังหวัด มีแต่คนที่อาสามาทำงานเพื่อสถาบันสื่อโดยรวม เป็นอิสระจากต้นสังกัด และต้องขอขอบคุณกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่กรุณาเสียสละ มาทำงานเพื่อช่วยกันยกระดับมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ให้เป็นที่ยอมรับของสังคมต่อไป” นายจักร์กฤษ กล่าว

นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมัยที่ 7 ปัจจุบันอายุ 52 ปี ดำรงตำแหน่งเป็นบรรณาธิการเครือเนชั่น

สำหรับรายชื่อกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติสมัยที่ 7 ทั้ง 21 คนประกอบด้วย กรรมการประเภทที่ 1 (เจ้าของ ผู้บริหารหรือผู้แทน) ได้แก่ นางอุบลนัดดา สุภาวรรณ จากหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์รายวัน จังหวัดเชียงใหม่, นายพรชัย ปุณณวัฒนาพร จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์, นายธนดล    มีถม จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, นายบรรหาร บุญเขต จากหนังสือพิมพ์เพชรบูรณ์โพสต์ จังหวัดเพชรบูรณ์, และนายวิโรจน์ วัฒนธาดากุล จากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ

กรรมการประเภทที่ 2 (บรรณาธิการ หรือตัวแทนผู้มีอำนาจจากกองบรรณาธิการ) ได้แก่     นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล จากเครือเนชั่น, นายธีรวัฒน์ ธรรมสกุล จากหนังสือพิมพ์บ้านเมือง,             นายศักดิ์สิทธิ์  วิบูลศิลป์โสภณ จากหนังสือพิมพ์เพชรภูมิ จังหวัดเพชรบุรี, นายเฉลิมชัย ยอดมาลัย จากหนังสือพิมพ์แนวหน้า และนายภัทระ คำพิทักษ์ จากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

กรรมการประเภทที่ 3 (ผู้ปฏิบัติงานหนังสือพิมพ์) ได้แก่ นางผุสดี คีตวรนาฏ จากหนังสือพิมพ์ซิงจงเอี๋ยน, นางสาวเจียมจิตต์ แซ่อึ่ง จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ, นายนพรัฐ พรวนสุข จากหนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน และนายสุริยะ คชินทร จากหนังสือพิมพ์โลกวันนี้

สำหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 7 คน ที่ได้รับเลือกตั้งจากคณะกรรมการทั้ง 3 ประเภท          ได้แก่ นายเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์, นายกวี จงกิจถาวร, ศ.พิเศษ สิทธิโชค ศรีเจริญ, รศ.ดร.ดรุณี   หิรัญรักษ์, นายวิทิต ลีนุตพงษ์, นางสาวสารี อ๋องสมหวัง  และดร.เจษฎ์ โทณะวณิก

 

View :1614

2 องค์กรสื่อจับมือ ซีพีออลล์ ชวนสื่อมวลชนประกวดเรื่องสั้น “อิศรา อมันตกุล”

February 22nd, 2012 No comments

สมาคมนักข่าว – สถาบันอิศรา ร่วมกับ บมจ. ซีพี ออลล์ ประเดิมโปรเจค จัดประกวดเรื่องสั้นดีเด่น “รางวัลอิศรา อมันตกุล” หวังสร้างเวทีทดสอบฝีมือด้านการเขียนให้สื่อมวลชน

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2555 ที่อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวฯ ร่วมกับสถาบันอิศรา โดยการสนับสนุนจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาด้านงานเขียน และเพื่อเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานการเขียนที่มี คุณค่าและเป็นประโยชน์ด้วยการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ปั้นนักข่าวเป็นนักเขียน” จึงเห็นสมควรให้มีการจัดประกวดวรรณกรรมจากปลายปากกาเพื่อรับรางวัลเรื่อง สั้นดีเด่นรางวัลอิศรา อมันตกุล ซึ่งจะจัดขึ้นในปี 2555 นี้เป็นปีแรก โดยผลงานที่ได้รับรางวัลจะได้รับเงินสดพร้อมเกียรติบัตรมูลค่ารวมกว่า 35,000 บาท

“สมาคมนักข่าวฯ ต้องการให้มีเวที่จะประลองฝีมือด้านการเขียนเรื่องสั้นอย่างเป็นทางการ สำหรับนักข่าวซึ่งต้องใช้พื้นฐานด้านการเขียนเป็นหลัก ทั้งยังเป็นการเปิดอิสระทางความคิดให้กับนักข่าวที่อาจมีความสนใจหรือความ ถนัดนอกเหนือไปจากสายงานที่ทำอยู่ เนื่องจากเรื่องสั้นที่จะส่งเข้ามาร่วมประกวดไม่ได้จำกัดเนื้อหา เท่ากับเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้เขียนได้สร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่” นายกสมาคมนักข่าวฯ กล่าว

ด้านนายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ร้านอิ่มสะดวกของคนไทย กล่าวว่า ซีพี ออลล์ ได้ให้การสนับสนุนการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ปั้นนักข่าวเป็นนักเขียน” ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 5 และเพื่อเป็นการต่อยอดการจัดอบรมดังกล่าวจึงเห็นว่าการจัดประกวดเรื่องสั้น จะช่วยส่งเสริม สนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับสื่อมวลชนผู้สนใจงานเขียนที่จะก้าวสู่การเป็น นักเขียนมืออาชีพในอนาคต

“ซีพี ออลล์ มีนโยบาย CSR ด้านการส่งเสริมการอ่าน การเขียนและการศึกษามาโดยตลอด อาทิ โครงการเซเว่นบุ๊ค อวอร์ด เป็นการประกวดหนังสือดีเด่น เพื่อเปิดโอกาสให้นักเขียนทั่วประเทศได้แสดงผลงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดงาน เขียนที่มีคุณภาพ โครงการค่ายกล้าวรรณกรรมและโครงการค่ายเซเว่น อีเลฟเว่น ถอดรหัสวาดการ์ตูนในฝัน โครงการที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ฝึกทักษะด้านการเขียน การอ่าน และการมีความคิดสร้างสรรค์ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเขียนและการวาดการ์ตูนมาถ่ายทอดความรู้ ตลอดจนการลงทุนก่อตั้ง โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์เทคโนธุรกิจและสถาบันการจัดการปัญญาภิวัตน์ สถาบันการศึกษาที่เน้นการเรียนการสอนแบบเรียนจากประสบการณ์จริงพร้อมมีราย ได้ระหว่างเรียนเพื่อส่งเสริมด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน”  นายสุวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้  สื่อมวลชนที่สนใจสามารถส่งผลงานมายัง israstory@gmail.com พร้อมส่งต้นฉบับจริงมาที่ สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย 538/1 ถนนสามเสน เขตดุสิต กทม. 10300 ดูรายละเอียดหลักเกณฑ์และดาวน์โหลดแบบฟอร์มการส่งผลงานได้ที่ www.tja.or.th หรือ www.isra.or.th หมดเขตส่งผลงาน วันเสาร์ที่ 31 มี.ค. 2555 ประกาศผลการตัดสินและรับรางวัลในวันศุกร์ที่ 18 พ.ค. 2555 ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น 3 อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน

View :1536

Sanook’s E-Commerce launched Dealfish.com

February 21st, 2012 No comments

Tiwa York, managing director of Sanook’s E-Commerce talks about the company’s online classified business, www.dealfish.co.th, which is targeted to be number one in the market by the end of this year.

 

View :1529

แผนการดำเนินงานเพื่อผลักดันโครงการ SMART THAILAND

February 21st, 2012 No comments

 

จีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

กล่าวถึงแผนการดำเนินงานเพื่อผลักดันโครงการ SMART THAILAND

View :1291

โครงการ SMART THAILAND

February 21st, 2012 No comments

นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดแผน ดำเนินงานเพื่อผลักดันโครงการ SMART THAILAND ให้กับสื่อมวลชนเมื่อวันจันทร์​ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555

View :1828
Categories: e_Government, Technology, Telecom Tags:

Interview: Henri Holm, senior vice president of Rovio Asia

February 21st, 2012 No comments

Henri Holm, senior vice president of Rovio Asia, Rovio Entertainment, the Finnish game developer and the creator of Angry Birds gave an interview, when he visited Thailand one day after launching Angry Birds on Facebook platform, about the company’s strategy and goal.

View :1481

Think Technology ซอฟต์แวร์เฮ้าส์ท้องถิ่น ฝีมือไม่เล็ก

February 21st, 2012 No comments

สัมภาษณ์​คุณ​อภิชัย เรืองศิริปิยะกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท Think Technology จำกัด บริษัทซอฟต์แวร์แห่งเมืองขอนแก่น

ถาม Think Technology ตั้งมาตั้งแต่ปีอะไรคะ ทุนจดทเท่าไหร่ และมีโปรแกรมเมอร์กี่คน
ตอบ ตั้งตั้งแต่ปี 2548 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 100,000 บาท ครับ โดยเร่ิมจากมีโปรแกรมเมอร์ 1 คน ครับ

ถาม Digital Magazine เป็น หนึ่ง ใน สี่ ธุรกิจ ของ Think Technology นี่คิดเป็นรายได้ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์คะ
ตอบ 35% ครับ

ถาม เป้าหมายทางธุรกิจของ Think Technology คือ อะไร
ตอบ เป็นคำถามที่ตอบยากครับ เพราะเราไม่ใช่บริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ต้องตั้งเป้าหมายให้เป็นอันดับหนึ่ง มีMarket Share เท่าโน้น เท่านี้ เรารู้ตัวเราดีครับ ว่าเล็ก แต่ที่เราทำก็คือ ทำให้ดีที่สุด และอีกส่วนหนึ่งก็คือ การดึงงานจากเมืองหลวง เข้ามาสุ่ขอนแก่น เพื่อไม่ให้น้องๆ ต้องเข้าไปทำงานในเมืองกรุงฯ (ไม่รู้ว่าจะเป็นเป้าหมายได้หรือเปล่า แต่มันเป็นส่วนหนึ่งที่ผมทำตลอดเวลา)

ถาม บริษัท ได้พัฒนา/ผลิต ดิจิตอล แมกกาซีนให้กับที่ไหนมาบ้างแล้ว
ตอบ Bazaar Magazine, LIPS Magazine ส่วนอื่นๆ ก็เล็กๆ น้อยๆ ครับ เป็นการทำงานร่วมกันมากกว่า ส่วนในอนาคตจะมีออกมาอีกสองปกครับ ไม่นับรวม Digital Magazine ของ บริษัทเอง ปัจจุบัน Bazaar Magazine ได้หยุดทำไปแล้ว

ถาม tools / technologies ที่บริษัทใช้ในการพัฒนา ดิจิตอล แมกกาซีน ได้แก่ อะไรบ้าง
ตอบ Tools หลักๆ จะใช้ Adobe inDesign, Woodwing Solution, Xcode, ปัจจุบันเพิ่ม Adobe Dreamweaver ขึ้นมาเพื่อเขียน HTML5 ที่จะทำ Digital Books บน iOS

ถาม ปัจจัยอะไรที่ขับเคลื่อนการขยายตัวของตลาดดิจิตอลแมกกาซีน
ตอบ ในเมืองไทย ตอนนี้พูดยาก เพราะทาง Publisher เอง ยังต้องการเพียง Static Magazine บน iPad เท่านั้น ปัจจัยที่จะทำให้ Digital Magazine ขยายตัวออกไปได้น่าจะเป็นความเข้าใจว่า Digital Magazine คืออะไร ไม่ใช่เพียง PDF ใน App ที่มีไอคอนของบริษัทตนเอง ถ้า Publisher เข้าใจ การขยายตัวก็จะมากขึ้นครับ

ถาม ขอทราบชื่อ digital magazine app ที่บริษัทพัฒนาไปแล้วว่ามีอะไรบ้าง และยอดดาวน์โหลดเป็นอย่างไรบ้าง ขอทราบจำนวนยอดดาวน์โหลด
ตอบ จากที่ตอบไปแล้วก็คือของ LIPS Magazine และ Bazaar Magazine(ปัจจุบัน ไม่ได้ทำให้แล้ว) ส่วนยอดดาวน์โหลดนี้ ทาง Publisher เป็นคนดูครับ ผมไม่ได้เข้าไปดูในส่วนนี้ เลยขออภัยที่ไม่ทราบจริงๆ ครับ

ถาม digital magazine ที่บริษัทผลิตนี่รองรับแพลตปอร์มอะไรบ้าง และรองรับการแท็ปเล็ตขนาดกี่นิ้วบ้าง
ตอบ ปัจจุบัน เราสามารถผลิตเพื่อรองรับ 3 Platform คือ iOS, Android และ BlackBerry Playbook ทั้ง 7นิ้ว, 9.7 นิ้ว จะได้เห็นชัดเจนคงเป็น Magazine ของบริษัทที่จะปล่อยออกมาพร้อมกัน 3Platform เลยครับ

ถาม มองภาพรวมของตลาดดิจิตอล แมกกาซีนไว้อย่างไรบ้าง อาทิ ขนาดตลาด อัตราการเติบโต สภาพการแข่งขัน การตอบรับของผู้บริโภค และการปรับตัวของธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์
ตอบ ภาพรวมของ Digital Magazine ผมว่ายังไปได้อีกไกลครับ เพราะผู้บริโภคเริ่มมีอุปกรณ์ในการอ่าน และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพราะเราสามารถสร้างออกไปได้หลากหลาย Platform แต่สถาพการแข่งขันสุง จาก Static Magazine ที่มีต้นทุนต่ำกว่า ส่วนการปรับตัว Publisher ยังปรับตัวช้าครับ อาจต้องทำให้ Publisher เข้าใจก่อนครับว่า Digital Magazine เป็นอย่างไร เพราะจากสถานะการณ์แบบนี้ น่าจะมี Publisher ลงมาเล่นมากกว่านี้

ถาม มีการซับงานพัฒนาดิติอลแมกกาซีนให้กับนักพัฒนาในท้องถิ่นด้วยหรือไม่
ตอบ มีแน่นอนครับ เพราะเป้าหมายของเราคือนำงานมาแบ่งให้กับบริษัทในท้องถิ่น ขณะนี้เราก็ขยายไปถึงรับผลิต Mobile App ทั้ง iOS และ Android โดยมีบริษัทท้องถิ่นเป็น Outsource ให้ ส่วนเรา ก็ทำการ QC ช่วยลูกค้าครับ

ถาม Think Technology เป็นบริษัทในการบ่มเพาะของอีสานซอฟต์แวร์พาร์คหรือไม่
ตอบ จริงๆ THINK เร่ิมจากโครงการ Technopreneur หรือโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ทางด้านเทคโนโลยี” ของ Nectec ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นที่1 ปี 2547 จากนั้น ก็กลับมาเปิดบริษัทที่บ้านเกิด และในชณะนั้น ก็ได้มี อีสาน ซอฟท์แวร์ปาร์ค เกิดขึ้น เราก็ได้เข้าไปสมัคร เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร และการสนับสนุนสถานที่ในการทำงาน

ถาม Think Technology และคุณอภิชัย ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือให้กับอีสานซอฟต์แวร์พาร์คใดๆ บ้าง
ตอน ตอนนี้ก็ได้ช่วยในส่วนการดึงงานจากกรุงเทพฯ เข้ามาให้บริษัทท้องถิ่น และเป็นวิทยากรในการอบรมต่างๆ อาทิเช่น โครงการพัฒนาบุคคลากรด้านซอฟท์แวร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ซึ่งตอนนี้อบรมเป็นรุ่นที่สองแล้ว) และได้ร่วมกันทำงานอีกหลายๆ งานครับ อาทิเช่น งาน Augmented Reality ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสิริณธร ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นต้น ซึ่งทาง THINK นั้นยินดีในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ความรู้ต่างๆ ให้กับคนในท้องถิ่น และทำงานร่วมกับสมาคมซอฟท์แวร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

View :2327

รมว.อนุดิษฐ์ ​นาครทรรพ ให้ความเห็นถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ดำเนินการกับเว็บหมิ่น

February 12th, 2012 No comments

รมว.อนุดิษฐ์ ​นาครทรรพ ให้ความเห็นถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ดำเนินการกับเว็บหมิ่น แต่กลับมาดำเนินการบล็อก Simsimi [ให้ความเห็นหลังงานสัมมนาประชุมใหญ่ของชมรมนักข่าวสายไอที เพราะมีนักข่าวสอบถาม เมื่อเสารที่ 4 ก.พ. 2555]

View :1262

ท่าที “อนุดิษฐ์” ต่อกรณีทวิตเตอร์ออกกฏใหม่

February 3rd, 2012 No comments

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้สัมภาษณ์ กรณีทวิตเตอร์ออกกฏใหม่ที่จะปิดกั้นข้อความบางข้อความไม่ให้บางประเทศได้เห็น [Starting today, we give ourselves the ability to reactively withhold content from users in a specific country — while keeping it available in the rest of the world. We have also built in a way to communicate transparently to users when content is withheld, and why.] ที่ผ่านมา ทวิตเตอร์ ยินยอมลบข้อความทวีต (Tweet) ออกจาก ระบบทวิตเตอร์ เมื่อได้รับคำสั่งจากรัฐบาลในแต่ละประเทศ สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงนับจากนี้คือทวิตเตอร์ได้เพิ่มความสามารถในการเลือกปิดกั้นการรับส่งข้อความแก่ผู้ใช้ในประเทศใดประเทศหนึ่งได้แล้ว …. ว่า

“เริ่มจากทวิตเตอร์​ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ ซึ่งหากทวิตเตอร์มีเงื่อนไขในการให้บริการโดยคำนึงถึงกม.ของแต่ละประเทศก็เป็นเรื่องที่ดี”

“กระทรวงไอซีทีจะดำเนินการเป็นไปตามกม.​เรื่องกม.เรื่องการไปละเมิดสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่น การใช้ข้อความที่ไม่เหมาะสม ก็ยึดเอากม.ของประเทศเป็นหลัก กม.หลักๆ ที่เกี่ยวของมีหลายตัว ได้แก่ ประมวลกม.อาญามาตราต่างๆ ที่ไปเกี่ยวข้องกับการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กและมีการละเมิด พรบ.คอมพิวเตอร์​การใช้ข้อความเป็นเท็จ​การใช้ข้อความไปละเมิดสิทธิเสรภาพของคนอื่น ซึ่งจะทำตามข้อบังคับของกม.”

“ทวิตเตอร์เองเพ่ิงประกาศ เรื่องการให้ความร่วมมือ คิดว่า การกำหนดเรื่องแนวทางและประสานงานต่อไป และจะไม่ถูกนำมาใช้ในทางการเมือง รธน.กำหนดไว้แล้วว่าสิทธิเสรีภาพของปชช.ต้องอยู่ภายใต้กม.​แสดงออกได้แต่จะต้องไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น”

“ในเบื้องต้นจะดูความชัดเจนในการกำหนดเงื่อนไขในการใชบริการของทวิตเตอร์ ให้เกิดค.ชัดเจนก่อนว่าเขาจะดำเนินการในรูปแบบอย่างไร และจะดูการดำเนินการของเราให้สอดคล้อง เรียกว่ากระบวนการบริหารจัดการคงต้องกำหนดขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการ การประสานงาน และทำให้เราสามารถบริหารงานภายใต้ของกม.”

“เรื่องนี้อยู่ที่ผู้ให้บริการก่อน การที่เขาคำนึงถึงการใช้ระบบเขาไปละเมิดสิทธิเสรีภาพ ไปละเมิดกม.ประเทศอื่น เป็นเรื่องที่ดี ส่วนเรื่องที่จะบริหารจัดการให้เป็นไปตามกม.ของแต่ละประเทศก็จะต้องมีการพูดคุยกับต่อไป”

“เวลาที่เราจะสมัครใช้งานทวิตเตอร์​จะมี Term and condition ซึ่งคือ เงื่อนไขของการใช้บริการ คงต้องพิจารณาจาก term and condition ของทวิตเตอร์ที่กำหนดให้ผู้ใช้ลงทะเบียนยอมรับเงื่อนไขเหล่านั้นก่อนที่จะเข้าไปใช้บริการ ซึ่งหากเขาได้กำหนดโดยคำนึงถึงการละเมิดกม.ในประเทศทั้งหลายก็จะเป็นเรื่องที่ดี และผู้ที่อยู่ในแต่ละประเทศจะประสานงานกับเขาได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี”

“จริงๆ เราประสานงานกับผู้ให้บริการในสังคมออนไลน์อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ทวิตเตอร์รายเดียว ยังมี เฟซบุ๊ค และยูทูป ซึ่งเป็นโซเชียล เน็ตเวิร์ก ที่มีผู้ใช้บริการมาก”

ทันทีที่ทวิตเตอร์มีมาตรการนี้และกระทรวงไอซีทีมีท่าทีตอบรับ ก็ได้สอบถามความเห็นไปยังผู้คนบนโลกออนไลน์ ผ่านทาง Twitter และ Google+ ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับแนวทางนี้ของทวิตเตอร์และท่าทีของก.ไอซีที และนี่คือ ส่วนหนึ่งของความคิดเห็น ….​


Arthit Thurdsuwarn – เห็นด้วย … เพราะสิ่งผิด กม. ก็ควรถูกควบคุมอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลที่ชุมชนออนไลน์ใหญ่ขนาดใหญ่ จะได้รับการยกเว้น และเห็นว่า นอกจาก Twitter แล้ว Social Media อื่น ๆ ก็ควรได้รับการควบคุมให้อยู่ในกรอบ กม. เช่นกัน

Surapong Sappayakhom – ไม่เห็นด้วยครับ เพราะไม่มั่นใจว่าจะเจอการเลือกปฎิบัติหรือไม่ เนื่องจากเรายังคงได้เห็นเว็บหมิ่นเกิดขึ้นมากมายและต่อเนื่อง ขออภัยที่ผมขอสงวนการอ้างอิงหรือระบุ URL และ Key word ของเว็บหมิ่นฯ มา ณ. ที่นี้ครับ

Tanis Buapaijit – ผิดจริงก็น่าจะเซ็นเซอร์ได้..แต่มันจะเครื่องมือในการปิดกั้นข่าวสารไม่ให้ประชาชนรับรู้หรือเปล่าหละ? ยิ่งปิดยิ่งกั้นสักวันมันก็จะแตกเหมือนเราปิดกั้นน้ำนั่นแหละครับปัจจุบันประชาชนไม่ได้โง่เขลาที่จะเชื่อข่าวสารไปซ่ะทุกเรื่อง บางเรื่องมันก็เป็นข่าวมั่ว ประชาชนคนทั่วไปน่าจะเป็นผู้คัดกรองข่าวสารเองว่าจริงหรือไม่จริงอย่าลืมว่าข่าวสารประเภทข่าวลือยิ่งปิดยิ่งกั้น ก็ยิ่งลือไปกันใหญ่..

ธนิต เฉื่อยทอง – ผมว่ามันเป็นการปิดกั้นข่าวสารที่ไม่เป้นประโยชน์ต่อรัฐบาลที่อยู่ในช่วงนั้น ๆ มากกว่า ประโยชน์ของประเทศนะครับ ขนาดเว็ปหมิ่นยังไม่ทำอะไรเลย แล้วจะมาปิดกั้นความคิดเห็นได้ยังไงกันครับ

RT @papapoocee: เป็นกระจกสะท้อนพรบ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของประเทศไทยว่าเป็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ไม่อาจทำให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงความผิดได้ ซึ่งยิ่งขานรับกฎใหม่ทันทีอย่างรวดเร็ว ยิ่งชัดเจนมากขึ้นว่า ICT กำลังเจอทางตัน และพยายามหาตัวช่วยเข้ามาบริหารจัดการเรื่องพวกนี้ เลยสงสัยว่า ที่ผ่านมา ICT ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตมีความสุขในการใช้งานบ้างไหมครับ? นอกจากเอาลิควิดมาป้ายๆ

RT @thaiopengames: ที่เกิดประเด็นน่าจะอยู่ที่วิธีการค้นหาการกระทำผิดมากกว่าครับ คิดว่าคงจะใช้วิธีรับแจ้งรายงานแล้วตรวจสอบ มากกว่าการคอยติดตามรายบุคคล ในเมื่อถ้ามันผิดจริงๆ แล้วทวิตเตอร์เปิดช่องให้เครื่องมือทางกฎหมายสามารถดำเนินการยับยั้งได้ ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ต้องมีมาตรฐาน ถ้าขาดมาตรฐานในการชี้ถูกผิด ช่องทางตรวจสอบนี้ก็จะไม่ได้รับการยอมรับต่อสาธารณะ Twtจะไม่ได้เป็นที่แสดงออกเสรี เคสเหมือนๆ มธ. เลยครับ

RT @pampam_northcap: ไม่เห็นด้วยค่ะ การ censor เป็นการปิดกั้นเสรีภาพทางความคิด ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นระดับไหนก็ตาม

RT @YLVR: ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการปิดกั้นสื่อ และ เสรีภาพในการแสดง คคห. ซึ่งผู้ทวิตต้องรับผิดชอบตัวเองอยู่แล้ว

สามารถอ่านประกาศของทวิตเตอร์ฉบับเต็มได้ที่ http://blog.twitter.com/2012/01/tweets-still-must-flow.html

View :1570
Categories: Social Media Tags: