Home > Online Advertising/ Online Marketing, Smartphone, Social Media, Technology > “เทคโนโลยี”… เครื่องจักรหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจในปัจจุบัน

“เทคโนโลยี”… เครื่องจักรหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจในปัจจุบัน

ปฏิเสธไม่ได้เสียแล้วว่าความสามารถในการแข่งขันขององค์กรธุรกิจในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย จนเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของดำเนินธุรกิจไปเสียแล้ว องค์กรธุรกิจจะมีความได้เปรียบหรือจะเสียเปรียบในเชิงการแข่งขันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหลักหนึ่งในนั้นคือ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย ทุกองค์กรธุรกิจในปัจจุบันไม่ว่าจะขนาดใหญ่ กลาง หรือเล็กล้วนแล้วแต่ตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีและมีการลงทุนด้านนี้อย่างเอาจริงเอาจัง

กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม อินเตอร์แอคชั่น จำกัด (m Interaction)


ศิวัตร เชาวรียวงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม อินเตอร์แอคชั่น จำกัด (m Interaction) บริษัทเอเจนซี่โฆษณาสื่อดิจิตอลและสื่อออนไลน์รายใหญ่ในเครือกรุ๊ปเอ็ม (Group M) กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมเป็นสิ่งที่มีมาก่อนอยู่แล้วบริษัทที่มีความล้ำหน้าเชิงการผลิตจะได้เปรียบหลายอย่าง ทั้งสามารถผลิตได้รวดเร็วขึ้นและคุณภาพสินค้าดีขึ้น ล้วนนำมาซึ่งข้อได้เปรียบทางธุรกิจ ยุคต่อมาคือการใช้เทคโนโลยีกับระบบข้อมูลกับการทำงานภายในของบริษัท ซึ่งเริ่มในประเทศไทยอย่างจริงจังเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่หลายองค์กรขนาดใหญ่มีการลงทุนระบบเทคโนโลยี ทำให้บริษัทขนาดใหญ่มีความได้เปรียบเชิงการแข่งขันทางธุรกิจอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจุบันข้อได้เปรียบตรงนี้อาจมองไม่เห็น เพราะเป็นกระบวนการภายใน และแต่ละบริษัทก็ล้วนติดอาวุธชนิดนี้กันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นหากองค์กรไหนไม่มีการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้จะเสียเปรียบ ส่วนถ้ามีจะได้เปรียบแต่จะได้เปรียบมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับผู้บริหารด้วย

เทคโนโลยี … ปัจจัยความสำเร็จของการตลาดยุคปัจจุบัน:

ในฐานะนักการตลาดนักโฆษณา ศิวัตร มองว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันเข้ามามีบทบาทอย่างมากในเรื่องของการตลาด ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นสองส่วนหลักๆ คือ เรื่องการตลาดเชิงข้อมูล บริษัทไหนที่เล่นกับข้อมูลได้เก่งได้ฉลาดก็มีโอกาสที่จะสื่อสารออกไปได้ถูกใจลูกค้ามากขึ้น เกิดขึ้นทั้งในการสื่อสารระหว่างบริษัทกับบริษัทและบริษัทกับผู้บริโภค เทคโนโลยีกำลังมีบทบาทอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องการตลาดและการโฆษณา เพราะความได้เปรียบในเชิงการผลิตการกระบวนการทำงานภายในขององค์กรขนาดใหญ่ทันกันหมด จะแตกต่างกันขึ้นกับผู้บริหารและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในเชิงการตลาด

“ข้อมูลนั้นสำคัญเพราะเนื่องจากบริษัทดำเนินกิจกรรทางการตลาดเพื่อหวังผลกำไร ดังนั้นข้อมูลจะเข้ามาช่วยได้มากในการที่จะบอกว่าควรจะขายใคร ควรจะโฟกัสที่ลูกค้ากลุ่มไหน ลูกค้าแต่ละกลุ่มมีพฤติกรรมอย่างไร พอบริษัทรู้แล้วจะได้รู้ว่าวิธีการทำตลาดสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่มควรจะเป็นอย่างไร ด้วยวิธีแบบไหน ซึ่งพื้นฐานล้วนมาจากข้อมูลทั้งสิ้น ซึ่งหากอยู่ในบริบทของเว็บและอินเทอร์เน็ต ข้อมูลเหล่านี้ก็คือข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์ต่างๆ ความฉลาดของเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซในการที่จะรู้พฤติกรรมของลูกค้าที่เข้ามาในเว็บไซต์จนกระทั่งเกิดการซื้อเป็นอย่างไร และเทคโนโลยีที่มีผลต่อรูปแบบของงานโฆษณา ซึ่งที่หลายๆ องค์กรต้องเริ่มหันมาสนใจ เพราะว่า ลูกค้ามีพฤติกรรมในการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมากขึ้น สินค้าต่างๆ ก็เลยต้องปรับตัวมากขึ้น”

ศิวัตรยังมองว่าสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่เล็กมากๆ เทคโนโลยีอาจจะยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ความสำคัญจะอยู่ที่การสร้างเอกลักษณ์ของตัวสินค้า ความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการกิจการ เมื่อธุรกิจขนาดเล็กขยายมาเป็นขนาดกลางจะมีความสนใจเทคโนโลยีมากขึ้นเพราะหากไม่มีเทคโนโลยีมาใช้แล้วจะทำให้ควบคุมประสิทธิภาพการทำงานได้ยาก ธุรกิจขนาดกลางขยายเป็นขนาดใหญ่เรื่องระบบงานหลังบ้านยังคงต้องมีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน

สิ่งที่กำลังเป็นจุดเปลี่ยนในการทำธุกริจในปัจจุบันในมุมมองของศิวัตร คือ ตัวผู้บริโภค เพราะปัจจุบันผู้บริโภคใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และมีพฤติกรรมใช้อินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ ทั้งสมาร์ทโฟน (Smart Phone) และอุปกรณ์แท็ปเล็ต (Tablet) ต่างๆ เพื่อหาข้อมูลสินค้าและบริการที่ต้องการมากขึ้น นักการตลาดหากมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นคนกลุ่มนี้จะต้องเข้าใจและให้ความสำคัญกับตรงนี้เพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสื่อสารกับลูกค้า กอปรกับ เม็ดเงินที่ธุรกิจเริ่มลงทุนด้านการตลาดการโฆษณาออนไลน์มากขึ้น สมัยก่อนจะลงสื่อดั้งเดิมมากขึ้น ปัจจุบันการตลาดและการโฆษณาต้องอาศัยเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อสร้างความแตกต่าง และต้องการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่ ซึ่งต้องการใช้ฐานข้อมูลเพื่อสร้างการสื่อสารกับลูกค้าแต่ละคนลงในรายละเอียด

“ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่มีพฤติกรรมแบบนี้ชัดเจน การวางแผนท่องเที่ยววันหยุด หาโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร การตัดสินใจซื้อบ้าน คอนโด รถยนต์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ทั้งหลายนี้เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต ถ้าหากนักการตลาดไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้จะเสียโอกาส และอาจจะเสียลูกค้าให้กับคู่แข่ง เรื่องนี้ที่มีความเด่นชัดมากคือ สินค้าในกลุ่ม High Involvement Product คือ สินค้าที่นานๆ ซื้อที มีราคาสูง ผู้บริโภคต้องตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง ด้วยเหตุด้วยผล มีการเปรียบเทียบข้อมูลเยอะ ปัจจุบันการหาข้อมูลเหล่านี้เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต”

นอกจากนักการตลาดต้องเข้าใจพฤติกรรมนี้แล้วนักกาตลาดยังต้องมีเทคโนโลยีที่ต้องเก็บข้อมูลต่างๆ เหล่านี้เพื่อรู้จักลูกค้า รู้ว่าผู้บริโภคเขาพูดถึงสินค้า ธุรกิจของบริษัทอย่างไร เรื่องใหม่ๆ อาทิ เฟซบุ๊ค นักการตลาดต้องเข้ามาเก็บข้อมูลว่าผู้บริโภคเขาพูดคุยอะไรกันบ้าง เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในเชิงธุรกิจ

ส่วนสินค้าที่เป็น Low Involvement Product ได้แก่ สินค้า อุปโภคบริโภค เริ่มมีการมีการใช้เทคโนโลยีในการโฆษณา ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ให้ความสำคัญ เนื่องจาก ลูกค้าเป้าหมายคือ ผู้บริโภคกลุ่มกว้าง และคนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีชีวิตประจำวันมากขึ้นอย่างมาก
เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในธุรกิจการตลาดการโฆษณาตั้งแต่เทคโนโลยีในการเก็บข้อมูล การประมวลผลข้อมูลออกมาเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด ในแต่ละเอเจนซี่โฆษณาและที่ปรึกษาทางการตลาดจะต้องมีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้เพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้ดีมากขึ้น

ศิวัตร กล่าวว่า สำหรับ บริษัท เอ็ม อินเตอร์แอคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ดูแลงานดิจิตอลทั้งหมดของกรุ๊ปเอ็ม (Group M) ที่ประกอบด้วย 4 บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ได้แก่ Maxus, MEC, Media Com และ Mind Share ซึ่งรวมกันแล้วมีส่วนการตลาดราว 40 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เอ็ม อินเตอร์แอคชั่นเองก็มีส่วนแบ่งทางการตลาดในโลกการตลาดออนไลน์ราว 40 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน

“เราเป็นเอเจนซี่โฆษณา ทำงานร่วมกับ 4 เอเจนซี่ เราไปหาลูกค้าด้วยกัน บทบาทเราคือ ให้คำปรึกษาลูกค้า วางแผนการตลาดการโฆษณาบนโลกออนไลน์ รวมถึงให้บริการผลิตชิ้นงาน การคิดแคมเปญทางการตลาด รวมถึงการซื้อสื่อออนไลน์ ลูกค้าของบริษัทเราเป็นลูกค้ารายใหญ่ทั้งสิ้น”

ศิวัตร คาดการณ์ว่า เม็ดเงินที่ใช้ในสื่อโฆษณาออนไลน์ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2,000 พันล้านบาท เติบโตเฉลี่ยราว30-50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี อัตราการขยายตัวมาก แต่สัดส่วนที่เป็นเม็ดเงินหากเทียบกับเงินโฆษณาทั้งหมดที่คาดว่าจะอยู่ที่ 90,000-100,000 ล้านบาท ยังน้อยอยู่

“ธุรกิจที่ใช้สื่อออนไลน์มากคือ ธุรกิจ High Involvement Product แต่ธุรกิจที่ใช้เม็ดเงินโฆษณามากคือธุรกิจ High Involvement Product คือสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนกลุ่มกว้าง ซึ่งสัดส่วนเงินโฆษณาสินค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ที่สื่อออฟไลน์อยู่”

เทคโนโลยี … เพื่อนสนิทคนทำงาน:

สำหรับคนทำงานในปัจจุบัน ปฏิเสธไมได้ว่าเทคโนโลยีได้กลายเป็นเครื่องมือหลักในการทำงานไปเสียแล้ว และคนทำงานเองก็ได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อกิจกรรมส่วนตัวหลากลาย ทั้งนี้เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีได้เคลื่อนเข้ามาใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ทั้งสมาร์ทโฟน (Smart Phone) และอุปกรณ์แท็ปเล็ต (Tablet) ต่างๆ ทำให้คนทำงานสามารถทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมในปัจจุบันได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนทำงานเพิ่มมากขึ้นทั้งในกิจกรรมที่เป็นเรื่องส่วนตัวและเรื่องหน้าที่การงาน และได้พลิกโฉมรูปแบบการงานไปสู่การทำงานแบบทุกที่ทุกเวลา (Mobile Working)

ผู้จัดการด้านดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง บริษัท โทเทิ่ล แอคเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)


วรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง ผู้จัดการด้านดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง บริษัท โทเทิ่ล แอคเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เทคโนโลยีเข้ามีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทั้งในเรื่องของการทำงานและชีวิตส่วนตัว เทคโนโลยีในปัจจุบันกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานของทุกองค์กรและของทุกคนทำงานที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การใช้เทคโนโลยีในองค์กรสามารถช่วยบริษัทได้ในหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในขององค์กรที่ต้องติดต่อข้ามแผนก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรขนาดใหญ่

“โดยส่วนตัวใช้เทคโนโลยีทั้งในเรื่องานและเรื่องส่วนตัว เทคโนโลยีเป็นทั้งเครื่องมือช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นเพื่อนสนิทที่จะพกติดต่อไปทุกที่ตลอดเวลา ทั้งนี้จะต้องมีแอพพลิเคชั่นมาเสริมการทำงาน แอพพลิเคชั่นที่วรวิสุทธิ์ชอบใช้เพื่อช่วยในการทำงาน คือ แอพพลิเคชั่นที่ช่วยจัดการความคิด จัดทำแผนที่ความคิด จัดระบบงาน จัดระบบข้อมูล และจดการประชุม ตื่นเช้ามาจะต้องเช็คอีเมล์ด้วย iPad และจะเปิดดูแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ว่ามีการอัพเดทเวอร์ชั่นหรือยังเพราะผมเป็นคนที่ซื้อแอพพลิเคชั่นเยอะมาก ทุกๆ เช้าก็จะดูว่าแอพพลิเคชั่นไหนบ้างที่มีการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ๆ เราก็จะได้อัพเดททุกเช้า แอพพลิเคชั่นที่ผมใช้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแอพพลิเคชั่นเกี่ยกวับเรื่องงาน อาทิ แอพฯ จดโน้ต จดสิ่งที่จะต้องทำ แต่ผมก็ชอบแอพพลิเคชั่นด้านความบันเทิง อาทิ ชอบดูวีดีโอคลิปเพื่อการผ่อนคลายบ้าง อ่านข่าวบน iPad เป็นหลัก ผมจะรับ feed ข่าว และเก็บลงเครื่องไว้อ่านสะดวกมาก”

วรวิสุทธิ์ บอกว่า คนทำงานที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการทำงาน และมีความคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีและใช้เป็นประจำจะมีแนวโน้มว่าเส้นแบ่งระหว่างเวลางานกับเวลาเลิกงานจะไม่มี เพราะทุกคนจะทำงานตลอดเวลา ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

สำหรับ ดีแทค มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้การสื่อสารภายในองค์กรสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 3,000 คน แต่มีจำนวนห้องประชุม 200 กว่าห้อง พนักงานสามารถสื่อสารผ่านอีเมล์ (email) ข้อความสั้น (Instant Message) หรือประชุมผ่านระบบประชุมทางไกล (VDO Conference) เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้กระบวนการทำงานข้ามแผนกภายในบริษัทกระชับ สั้นลง รวดเร็วมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานภายนอก เทคโนโลยียิ่งมีบทบาทอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การแข่งขันทางธุรกิจทวีความรุนแรงมากขึ้น บริษัทจะต้องสามารถสื่อสารกับทั้งคู่ค้าและลูกค้าของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด การที่บริษัทจะสามารถสื่อสารและทำธุรกิจกับคู่ค้าและลูกค้าได้ดีนั้น ธุรกิจจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีช่วยเก็บข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงเทคโนโลยีที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารกับองค์กรหรือบุคคลภายนอก อาทิ ระบบฐานข้อมูลลูกค้า ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและคู้ค้า ระบบการตลาด ระบบลูกค้าสัมพันธ์ และระบบธุรกิจอัจฉริยะ ซึ่งระบบทั้งหมดนี้จะต้องอาศัยเทคโนโลยีทั้งสิ้น องค์กรธุรกิจที่มีระบบเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ องค์กรธุรกิจนั้นๆ จะมีความสามารถในการแข่งขันสูง

“บริษัทไทยขนาดกลางและเล็กยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับฐานข้อมูลลูกค้ามากนัก ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผน การวิเคราะห์ การผลิตและการตลาดได้ ระบบไอทีในส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปเพื่อกระบวนการทำงานภายในองค์กร ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับตัวพนักงานในองค์กร อาทิ ระบบงานบุคคล หลายบริษัทบริษัทเริ่มจะมีการลงทุนในระบบเทคโนโลยีมากขึ้นในการเรื่องของการตลาดเพิ่มมากขึ้น”

วรวิสุทธิ์ ย้ำว่า หากองค์กรธุรกิจไม่มีการใช้เทคโนโลยีในการตลาด ในการเก็บข้อมูลลูกค้า องค์กรนั้นก็จะไม่รู้จักลูกค้ากลุ่มเป้หมายของตนเองดีพอ ก็จะสูญเสียโอกาสทางธุรกิจและความสามารถในการแข่งขัน องค์กรใดที่มีความพร้อมและตระหนักถึงความสำคัญเทคโนโลยีและมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในองค์กรอย่างเหมาะสม จะช่วยทำให้ศักยภาพการทำงานและการแข่งขันขององค์กรธุรกิจเพิ่มมากขึ้น

View :3654
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.
You must be logged in to post a comment.