Archive

Archive for the ‘Mobile Phone’ Category

Tablet/ Smart Phone + เครือข่ายสื่อสารไร้สาย หนุนรูปแบบการทำงานแบบ Mobile Working

June 8th, 2011 No comments


แนวโน้มการทำงานผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ที่กำลังขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันนั้นมีผลมาจากหลายปัจจัยสอดคล้องเกื้อหนุนกัน ทั้งปัจจัยความพร้อมของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งแบบมีสายและไร้สายรวมถึงโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคม ความพร้อมและแพร่หลายของตัวอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารแบบพกพาได้ ไปจนถึงความพร้อมระบบบริการซอฟต์แวร์ที่ให้บริการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือปัจจุบันเรียกกันว่าคลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็นปัจจัยหนุนส่งให้คนทำงานเริ่มหันมาทำงานแบบ mobile working กันมากขึ้น

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหลังการเข้ามาในประเทศไทยอย่างเต็มตัวของสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบสนองการทำงานและชีวิตส่วนตัว ทำให้ผู้คนสามารถจะติดต่อสื่อสารทั้งเสียงและอินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้ปริมาณการใช้งานโมบาย อินเทอร์เน็ต (Mobile Internet) ซึ่งเป็นการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายการสื่อสารของโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ผู้ให้บริการ (Mobile Operator) หันมาลงทุนเตรียมความพร้อมของโครงข่ายสื่อสารเพื่อให้สามารถรองรับกับการใช้งานของผู้ใช้จำนวนมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่ายสื่อสารไร้สายได้กลายเป็นเรือธงทางธุรกิจของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกราย

ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ธุรกิจของดีแทคในปี 2554 คือการเเป็นผู้นำตลาดด้านโมบายอินเตอร์เน็ตโดยวางเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์จากที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยในปีนี้บริษัทจะผลักดันให้มีการใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้นด้วยการลงทุนเตรียมความพร้อมของโครงข่ายและออกรูปแบบบริการที่หลากหลายและตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อาทิ ที่ผ่านมามีการเปิดตัวแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตสำหรับ iPad ในประเทศไทย เป็นต้น

“ดีแทคมีซิมมีประมาณ 6.5 แสนซิมที่เป็นดาต้าซิม คือซิมที่ลูกค้าซื้อไปเพื่อต่ออินเทอร์เน็ตเป็นหลัก คาดว่าน่าจะมีลูกค้าดาต้าซิมถึง 1 ล้านคนในสิ้นปีนี้ กลุ่มผู้ใช้โมบายอินเทอร์เน็ตจากสมารท์โฟนมีการเติบโตที่สูงมากในปีที่ผ่านมา ลูกค้าดีแทคที่ใช้อินเตอร์เน็ต 4.5 ล้านคนในเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้นเป็นกลุ่มที่ใช้สมาร์ทโฟนถึง 20 เปอร์เซ็นต์ (นับรวมการใช้ผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของโนเกีย) โดยมีลูกค้าใช้โมบายอินเทอร์เน็ตผ่าน Aircard อยู่ราว10 เปอร์เซ็นต์”

ปกรณ์ กล่าวต่อว่า การใช้งานของผู้ใช้โมบายอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มทียังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้งาน และ ปริมาณการใช้งานต่อคน ลูกค้าของดีแทคที่ใช้บริการโมบายอินเทอร์เน็ตแบบจ่ายรายเดือน (Postpaid Internet SIM) จะเป็นกลุ่มที่มีอัตราปริมาณการใช้งานเฉลี่ยต่อคน หรือ Data ARPU (Average Revenue Per User) สูงที่สุด ในขณะที่กลุ่มผู้ใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตแบบเติมเงิน (Happy Internet SIM) มีปริมาณการใช้งานอยู่ในระดับปานกลาง

“กลุ่มลูกค้าโมบายอินเทอร์เน็ตแบบรายเดือนจะใช้ Internet SIM เป็นซิมสำหรับดาต้าหรือเพื่อต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะ ซึ่งโดยมากใช้กับอุปกรณ์พกพา อาทิ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค และแท็ปเล็ต (Tablet) ซึ่งปัจจัยที่จะผลักดันให้การใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตในปีนี้ตอย่างมากคือการเข้ามาของแท็ปเล็ตและสมาร์ทโฟน ซึ่งปีนี้ดีแทคจะเปลี่ยนเครือข่ายเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของการใช้โมบายอินเทอร์เน็ตที่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ด้านปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริการเสริม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำหัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เรือธงหลักของปีนี้คือการขยายฐานลูกค้าที่ใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ต โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตของเอไอเอส ในขณะที่คาดการณ์ว่าปีนี้ตลาดน่าจะเติบโตราว 15 เปอร์เซ็นต์

การขยายตัวของการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตมีอัตราการเติบโตที่สูงมากซึ่งเป็นการเติบโตทั้งจำนวนคนใช้งานและค่าเฉลี่ยการใช้งาน ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตในส่วนนี้เพิ่มขึ้นกว่า 300 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 ลูกค้าเอไอเอสใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 94 ชั่วโมง ในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 27 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจำนวนผู้ใช้บริการน่าจะมากขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มจาก 7.5 ล้านราย เป็น 9 ล้านราย ภายในสิ้นปีนี้ ล่าสุดเอไอเอสจับมือกับกูเกิล พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ใช้กับเว็บเบราเซอร์กูเกิล โครม (Google Chrome) ไว้ในเอไอเอสแอร์การ์ด (Air Card) ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้เร็วขึ้น มีระบบรักษาความปลอดภัยจากเว็บที่เป็นอันตรายต่างๆ ทั้งยังมีระบบดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเสริมอื่นๆ เช่น โลเคชันเบสด์ เซอร์วิส และบริการเสริมจากเอไอเอส เพื่อช่วยการใช้งาน และสามารถตรวจสอบจำนวนการใช้งานได้

ด้านบริษัทวิจัย Frost & Sullivan คาดการณ์ว่าในปี 2558 จะมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตคิดเป็นสัดส่วน 55 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งประเทศ ซึ่งจะเพิ่มจากสัดส่วน 20 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่าน ซึ่งเติบโตในอัตราใกล้เคียงกับการเติบโตของตลาดบริการข้อมูลบนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Non-Voice Service) ซึ่งในส่วนนี้ส่วนมากเป็นบริการต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริษัทวิจัยอีกสำนักอย่าง IDC คาดว่าไปในทิศทางเดียวกันว่า ราคาค่าบริการของการใช้งานในส่วนนี้จะมีการปรับลดลงราว 30 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากการแข่งขันของผู้ให้บริการ

อย่างไรก็ดี ปฏิเสธไมได้ว่าการเติบโตอย่างต่อเนื่องแบบก้าวกระโดดของอุปกรณ์พกพาทั้งแท็ปเล็ต (Tablet) และสมาร์ทโฟน (Smart Phone) เป็นปัจจัยส่งให้เกิดรูปแบบการทำงานแบบทุกที่ทุกเวลา ปัจจุบันอุปกรณ์พกพาทั้ง แท็ปเล็ต (Tablet) และสมาร์ทโฟน (Smart Phone) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนทำงาน เพราะอุปกรณ์เหล่านี้นอกจากให้อิสระในการทำงานแล้วยังตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตในสังคมออนไลน์ได้ตลอดเวลา

บริษัทวิจัย Frost & Sullivan คาดการณ์ว่าในปี 2558 ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยจะมีสัดส่วนสูงถึง 60-65 เปอร์เซ็นต์ของตลาดโทรศัพท์มือถือรวมซึ่งเพิ่มจากสัดส่วนเพียง 18 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ IDC คาดการณ์ว่า ตลาดสมาร์ทโฟนปีนี้จะอยู่ที่ 1.7 ล้านเครื่อง

จากการคาดการณ์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) ระบุว่า ตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปีนี้นาจะขยายตัวราว 9.6 เปอร์เซ็นต์ โดยจะมีมูลค่าประมาณ 61,080 ล้านบาท โดยสมาร์ทโฟนจะเติบโตสูงราว 24.9 เปอร์เซ็นต์และคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าตลาดที่ 31,090 ล้านบาท

เครือข่ายพร้อม อุปกรณ์พร้อม หากขาดซึ่งระบบที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีระสิทธิภาพและสะดวกสบายแล้ว รูปแบบการทำงานแบบ mobile working คงเกิดขึ้นได้ไม่เร็วนัก นักวิเคราะห์มองตรงกันว่า คลาวด์ คอมพิวติ้ง คืออีกหนึ่งปัจจัยที่จะหนุนส่งให้คนสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาจากที่ไหนก็ได้ที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตครอบคลุม ปัจจุบันหลายองค์กรเริ่มหันมาลงทุนและใช้งานบนระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง

ผลการสำรวจล่าสุดของ Springboard Research เกี่ยวกับการใช้งานคลาวด์คอมพิวติ้งในประเทศไทยพบว่า ร้อยละ 50 ขององค์กรที่ร่วมตอบแบบสำรวจวางแผนที่จะใช้งานคลาวด์คอมพิวติ้งในอนาคต ซึ่งนับเป็นอัตราสูงสุดในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ ร้อยละ 76 ขององค์กรมองว่าคลาวด์คอมพิวติ้งเป็นเครื่องมือทางไอทีที่มีความสำคัญเป็นลำดับแรกสุด ทั้งยังมีงบประมาณเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนในเรื่องดังกล่าว ผลสำรวจดังกล่าวชี้ชัดว่าคลาวด์คอมพิวติ้งมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างรวด เร็วในช่วง 2 – 3 ปีต่อจากนี้ ทั้งนี้ ร้อยละ 41 ขององค์กรที่ร่วมตอบแบบสำรวจระบุว่าไมโครซอฟท์จะเป็นตัวเลือกของพวกเขาในการ ใช้งานบริการคลาวด์คอมพิวติ้งในอนาคต

ล่าสุด 2 ยักษ์ใหญ่จับมือกันให้บริการคลาวด์ ในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมมือกันให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งเพิ่มทางเลือกและคุณค่าทางธุรกิจที่มากขึ้นให้กับผู้ใช้งานด้วยผลิตภัณฑ์และบริการยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานและช่วยยกระดับรูปแบบการทำงานของคนไทยให้สามารถใช้งานคลาวด์คอมพิวติ้งได้ในหลากหลายช่องทางและอุปกรณ์

โดยไมโครซอฟท์และทรูจะนำเสนอบริการทางเลือกคลาวด์คอมพิวติ้งแบบเต็มรูปแบบจากไมโครซอฟท์ พร้อมด้วยบริการคอนเวอร์เจนซ์จากทรู ให้ธุรกิจเอสเอ็มอีและองค์กรในประเทศ เพื่อให้ลูกค้าจะได้รับประโยชน์ และจะได้รับบริการในระดับเอ็นเตอร์ไพรซ์ที่มีประสิทธิภาพในราคาสมเหตุสมผล ทั้งยังมีความน่าเชื่อถือและสามารถลดหรือเพิ่มการใช้งานตามที่ต้องการได้ โดยเครื่องมือต่างๆ รวมไปถึง อีเมล ปฏิทินนัดหมาย เครื่องมือการติดต่อสื่อสาร การทำงานร่วมกัน การประชุม และบริการคอนเวอร์เจนซ์ในรูปแบบต่างๆ

View :2420

เดลล์ประกาศรุกตลาดสมาร์ทโฟน เปิดตัว “เดลล์ เวนิว”

June 1st, 2011 No comments

นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงานแถลงข่าวการรุกตลาดสมาร์ทโฟนของเดลล์

นายคเณศณัฏฐ์ ชยามรฉัตรคุปต์ ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจ Mobility บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด สาธิตคุณสมบัติของ “เดลล์ เวนิว”

 

รีวิว “เดลล์ เวนิว” โดย 6 บล็อกเกอร์

View :1268

Dtac joined hand with HTC Thailand and Microsoft Thailand launch HTC HD7

December 19th, 2010 No comments

Dtac joined hand with HTC Thailand and Microsoft Thailand launch the first Windows Phone7 – HTC HD7- in Thailand as the fifth countryin the world.

Nattawat Woranopakul, HTC Thailand managing director said that HTC HD7 is available in Thailand under exclusive collaboration with dtac for three months. It is the first Windows Phone 7 device in Thailand and HTC is the first brand.

“We focus on what the Gartner predicted that by the year 2012 Windows Phone and Android phone together will be the majority portion of the whole smartphone in the world. By first quarter next year, we will launch one more model of Windows Phone7 in Thailand through our local distributor – SIS Distribution,” said Nattawat.

Total Access Communication (dtac)’s senior vice president of Prodcuts Division, Pakorn Pannachet said that dtac aims to become the “mobile Internet company” with the aim to have 50 per cent of its total subscribers using mobile data services within between 2012 and 2013. Currently, around 20 per cent of total dtac subscribers use mobile data.

“To be mobile Internet company we have to raise up number of data usage over our network, that is now well-established on EGDE technology, with the wide ranges of data packages that fit to different customers’ needs. Selling different smart phone platforms require different data packages. However, we will sell all platforms, now we have iOS and Windows Phone by next year we will have Android phone,” said Pakorn.

HTC HD7, dtac is an exclusive providers for three months , the company aims to sell almost 10,000 units within these three months.

To draw customers’ attention, he added dtac offers special price with special package for HTC HD7.

“Buy HTC HD7, at the price Bt22,900 (included VAT) users have to buy the package of Bt799 per month but they just pay only Bt299 per month for 8 months. That means they will get discount with totally Bt4,000. Within Bt799 per month package, they can use mobile data at 3 gigabytes and get 200 minutes of voice call per month,” said Pakorn.

Meanwhile, Petchsiri Laungpairoj, senior product manager of Information Works Group at Microsoft (Thailand) said that Microsoft provides technology tools and facilities at Microsoft Innovation Center for local software developers in order to help them to develop applications for serving Windows Phone7 devices.

“Currently, we have 50 local independent software vendors who focus on mobile application development in our hand. Some of them now have already their applications available over application market of Windows Phone called ‘marketplace’ some are free and some are paid applications,” said Petchsiri.

HTC also differentiate its HTC HD7 with the unique local application called HTC Thai Hub developed by its partner – Jimmy Software- . Now, only ‘Quick Post’ 1.0 is available for HTC HD7 users in Thailand.

View :2485
Categories: Mobile Phone Tags: ,

LG focuses more on digital marketing next year

December 19th, 2010 No comments

LG aims to focus more on digital marketing next year with the 25 per cent increase in its above-the-line marketing budget that raised from Bt56 million to Bt70 million.

Thunyachate Ekvetchavit, marketing director, head of Corporate Marketing at LG Electronics (Thailand) said that LG plans to increase budget for its digital marketing from Bt50 millions to Bt70 millions.

Due to the rapid increase of internet users across the devices and platforms and the rapid growth of mobile devices both of smart phone and tablets that raise the wide and huge of online consumers in Thailand. Also, behavior of consumers currently has been changed to be online and social network.

LG Electronics has started its digital marketing since last year and concentrate more this year. The company has rolled out 10 marketing campaigns throughout this year with the use of Bt56 million of digital marketing budget.

“This year, we are very success in using digital marketing to drive our marketing campaigns throughout the year. Our brand awareness is increased by 5 to 10 per cent. We will continue on this way and will increase budgets'” said Thunyachate.

He said digital marketing is playing more important and going to the mass. By 2012, LG Electronics Thailand wants to become the top brand – to be number one consumer electronic company in Thailand- in brand preference, and also wants to be at least top 3 in all across its business units included home entertainment; home appliance; air conditioner; mobile phone; and business solution.

“Our main digital marketing is “integrated” marketing strategy blended between offline and online campaign, depending on what kinds of campaigns and what target groups of them,” said Thunyachate.

He added that in the year 2012, the company plans to increase its digital marketing budget to 15 per cent of the company’s above-the-line marketing budget, increased from 10 per cent in next year and 8 per cent of this year.

“We see it is in the transition period of marketing therefore we need to integrate the online and offline marketing and to balance the mass and the niche target group of marketing campaigns carefully,” said Thunyachate.

However, this year, LG’ s strategy is recognized with the industry accolades both globally and in Thailand including a Silver PR Lion award at Cannes for the ‘Lollipop Love Story’ campaign; a Silver award in the Campaign Technology & Telecom category at the Digital Marketing Awards (DMA); and 7 accolades at Thailand’s Adman awards.

View :1603

Nokia C7, second Symbian3 smartphone, hits Thai market

November 6th, 2010 No comments

Together with the device launch, Nokia also announced the grand opening of Nokia Experience Studio and introduced new applications from Nation Group and Sanook! to meet consumer needs for news and information on the go.

Nation Multimedia Group joins hand with Nokia (Thailand) in the launch of Nokia C7,Nokia smartphone run by Symbian 3, by offer news app for users. The move is strategy of The Nation to transform its news provision from mainly printed and online version to offer readers news across device and platforms, said Chutintra Wattanakul, New Media Develpment director at Nation Broadcasting Corporation.

She added that The  Nation is now leading the new way people consume news and it is the first news firm jumped into social media and
make news available in smartphone.

“Today is our commitment to be news leader to make news to be reach our potential readers on all devices,” said Chutintra.

Under the collaboration, The Nation will provide news from its three main newspaper included The Nation’s English news, Bangkokbiznews and Kom Chad Luek for free of charge.

“We are working as the real partners that The Nation provide news for free but we have ads on the page,” said Chutintra.

The Nation’s news app will be on Nokia’s Ovi store and available there for all Nokia smartphone.

Meanwhile, Shumit Kapoor, Nokia (Thailand)’s general manager said that The Nation and Sanook.com are two main local content partners that offer local content for Nokia users in Thailand.

He added that Nokia will be key vendor to drive smartphone market to be around 30 per cent of total mobile phone market in 2011. It is increased from 18 per cent of this year mobile phone market.

“We will see a lot of the growth of smartphone will come from Nokia. Nokia is really large share in smart phone market and we did not lose (market) share. Nokia is market leader in smartphone,” said Kapoor.

He added that Smartphone will be over 50per cent of total mobile phone market in Thailand in 2012, said Kapoor.

Nokia C7 is it’s second Symbian 3 smartphone launched following E8 . There are two more Symbian 3 smartphone included Nokia C6-01 and E7 by the end of this year.

Apart from Symbian 3, Nokia plans to launch MeeGo smartphone in several form factors and designs in Thailand sometime next year. Thailand is among first countries to see MeeGo smartphone,” said Kapoor.

At Ovi store, there are thousands apps available most of them are free apps and game is the most popular apps. Currently, there are 2.7 million-downloads at Ovi store.

Among countries in Southeast Asia, Thailand has the highest numbers of downloads. It is because Nokia change the billing model from electronic payment to be operator billing since a few weeks ago.

Now,there are 175 million users using Nokia worldwide that might attract developers to create new chic and cool apps for Ovi store.

The retail price of the Nokia C7 is 13,950 baht available in 3 colors including Charcoal Black, Frosty Metal and Mahogany Brown.

View :1510
Categories: Mobile Phone, Social Media Tags: , , ,

ตาม TL ของ @DrNatee39G พูดเรื่อง 3จี

September 6th, 2010 No comments

Dr. Natee Sukonrat

ประกาศ กทช. ว่าด้วยการออกใบอนุญาต 3G ซึ่งเป็นกฎหมายหลักในกระบวนการออกใบอนุญาตครั้งนี้ มีแนวความคิดที่สำคัญประการหนึ่งคือการส่งเสริม MVNO = Mobile Virtual Networks Operator หมายถึง ผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง

ดัง นั้น MVNO จึงเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเองแต่อาศัยเช่าใช้จากผู้ที่มีโครงข่าย  จากข้อจำกัดที่ความถี่่มีเพียง 45 MHz ทำให้สามารถออกใบอนุญาตได้เพียง 3 ใบ ซึ่งผู้ที่ชนะการประมูลจะเป็น MNO (Mobile Networks Operator)

ดัง นั้นสาระสำคัญของความสัมพันธ์เกี่ยวข้องระหว่าง MNO กับ MVNO ก็คือ MNO เป็นผู้ขายส่ง ในขณะที่ MVNO เป็นผู้ประกอบกิจการขายปลีก วัตถุประสงค์ในการออกใบอนุญาตในครั้งนี้ที่สำคัญประการหนึ่งก็คือ เพิ่มการแข่งขัน อาจสำเร็จได้ด้วยการเพิ่มผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที คณะกรรมการ 3G จึงได้กำหนดให้ MNO ทั้ง 3 ราย จะต้องประกันขีดความสามารถในการให้บริการ (Capacity) สำหรับ MVNO อย่างน้อย 40% ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นนโยบายที่สำคัญมาก เนื่องจาก MNO จะต้องลงทุนจำนวนมาก คนไทยจำนวนน้อยมีขีดความสามารถลงทุนมหาศาลเป็น MNO ได้  เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบกิจการคนไทยที่ต้องการให้บริการโทรศัพท์ เคลื่อนที่แต่มีทุนไม่เพียงพอ กทช. จึงกำหนดให้มีการประกัน 40% ดังกล่าว

ใน 40% อาจมี MVNO มากกว่า 1 ราย สาระสำคัญก็คือ การโอกาสของผู้ประกอบกิจการคนไทยรายเล็กและกลาง ได้มีโอกาสให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ นอกจากผู้ประกอบกิจการทั่วไปแล้ว ยังมีคนไทยที่มีขีดความสามารถคิดนวัตกรรมใหม่ๆ ให้บริการผ่านโครงข่าย จะสามารถใช้ช่องทางเหล่านี้ได้อีกด้วย ประกาศกำหนดให้ MNO ไม่สามารถปฏิเสธการมาขอเป็น MVNO ของรายเล็กและรายกลางที่ต้องการได้ เว้นแต่มีผู้บริการ MVNO อยู่แล้วมากกว่า 40% VNO มีหลายระดับจากต่ำสุดคือ Thin MVNO มีเฉพาะซิมขาย ถัดมาเป็น Medium MVNO นอกจากซิมแล้วยังมีระบบคิดเงินและอุปกรณ์หลักอื่นๆ  ระดับสูงสุดจะเป็นรูปแบบที่เรียกว่า Full MVNO ซึ่งจะมีโครงสร้างเกือบทุกอย่างเช่นเดียวกับ MNO เว้นแต่ไม่มีคลื่นความถี่ใช้งานเป็นของตนเอง กทช. หวังว่าหลังจากออกใบอนุญาต 3G แล้วเราจะเห็น Thin MVNO จำนวนหลายรายพัฒนาไปเป็น Medium และ Full MVNO เมื่อเวลาผ่านไป

เรา อยากจะเห็น Full MVNO พัฒนาไปเป็น MNO เมื่อเป็น 4G ในวันข้างหน้า จากการส่งเสริมดังกล่าวมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาผู้ประกอบกิจการคนไทย  นอกจากจะต้องให้โอกาสกับ MVNO แล้ว กทช. ยังต้องกำหนดราคาขายในลักษณะที่เป็นการขายส่งที่จะต้องไม่ทำให้ MVNO ไม่สามารถประกอบกิจการได้ เรากำลังคิดราคาในลักษณะสัดส่วนของราคาขายปลีก ที่ MNO ให้บริการอยู่ เช่น อาจลดลงจากราคาขายปลีก 20-30% เป็นค่าการตลาดให้ MVNO

การกำหนด MVNO เป็นช่องทางหนึ่งที่สร้างโอกาสให้กับคนไทยที่มีทุนน้อยแต่มีนวัตกรรมและ เพิ่มการแข่งขันเกิดประโยชน์กับผู้บริโภคโดยรวมครับ

Dr. Natee Sukonrat , Commissioner of the  National Telecommunications Commission

View :1211

จับตา “ตลาดสมาร์ทโฟน” แข่งดุและเดือด

August 1st, 2010 No comments

การแข่งขันกันอย่างเข้มข้นของผู้ผลิตเครื่องโทรศัพท์มือถือระหว่างแพลตฟอร์มไอโฟน (iPhone) ซึ่งก็คือ iOS และแอนด์ดรอยด์ (Android) จนฝุ่นตลบในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หากมองให้ดีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดนั้นผลประโยชน์น่าจะตกอยู่กับผู้ใช้งาน แต่หากเครื่องโทรศัพท์สมาร์โฟน (Smart Phone) ดีโดยลำพังก็คงไม่สามารถส่งให้กระแสสมาร์ทโฟนแรงได้ขนาดนี้ แต่เพราะรูปแบบการทำธุรกิจของสมาร์ทโฟนได้เปลี่ยนจากการ “สินค้า” (Product) มาสู่การขาย “บริการ” (Service) ต่างหากคือ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้การตอบรับสมาร์ทโฟนถึงได้เติบโตแบบก้าวกระโดดเยี่ยงนี้

เริ่มจากการปฏิวัติรูปแบบการขายเครื่องโทรศัพท์ของสตีฟ จ๊อบ ที่เปลี่ยนจากการขายสินค้าคือเครื่องโทรศัพท์มาเป็นการขายบริการคือแอพพลิเคชั่นจำนวนมหาศาลที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานในทุกรูปแบบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในชีวิตประจำวันของผู้คน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร นักเรียน นักศึกษา นักธุรกิจ แม่บ้าน นักบริหาร เป็นต้นคุณก็จะเจอแอพพลิเคชั่นที่ตรงกับความต้องการของคุณอย่างแน่นอน เพราะในตลาดแอพพลิเคชั่น (iTune) ได้เตรียมแอพพลิเคชั่นไว้รอการใช้งานมากถึงกว่า 200,000 รายการ ซึ่งจำนวนแอพพลิเคชั่นก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

การใส่นวัตกรรมบริการ (Service Innovation) เข้ามาในสินค้าของแอปเปิลเป็นตัวกระตุ้นให้ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Google เองก็เดินตาม เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปแบบการทำธุรกิจของสมาร์ทโฟนแพลตฟอร์มแอนด์ดรอยด์ (Android) ที่ทีตลาดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “มาร์เก็ต” (Market) นั้นละหม้ายคล้ายคลึงกับตลาดแอพพลิเคชั่นของ iPhone ที่ชื่อว่า (iTune) สิ่งที่ต้องแข่งขันกันนอกจากจะพยายามพัฒนาเครื่องโทรศัพท์ของตนให้มีฟีเจอร์และฟังก์ชั่นล้ำกว่าแล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งสองค่ายคงจะต้องแข่งขันกันสร้าง “บริการ” หรือแอพพลิเคชั่นให้มากพอและตรงใจพอกับความต้องการของปริมาณลูกค้าที่ครอบครองเครื่องสมาร์ทโฟนนั่นเอง และนี่คือ โอกาสการตลาดของเหล่านักพัฒนาแอพพลิเคชั่นทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย ….

หมอจิม แห่ง “จิมมี่ ซอฟต์แวร์” (Jimmy Software) บริษัทนักพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับอุปกรณ์พกพาสัญชาติไทย ให้มุมมองไว้ว่า ปรากฏการณ์การเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนเป็นโอกาสแนๆ สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เพราะช่วงนี้คือช่วงขาขึ้นของตลาดสมาร์ทโฟน ไม่เพียงแค่แพลตฟอร์มของ Android และ iPhone เท่านั้น แต่ยังมีอีกแพลตฟอร์มที่น่าจับตาอย่างยิ่งนั่นคือ Windows Phone 7 ที่คาดว่าน่าจะออกมาสร้างกระแสในตลาดราวปลายปี 2553 นี้

iPhone คือ “เจ้าตลาด”
Android คือ “ผู้ท้าชิง”

คุณหมอจิมวิเคราะห์ให้ฟังว่า จุดดีของ iPhone คือ เป็นตลาดเปิด ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของแอพพลิเคชั่นมักจะได้รับการอนุมัติให้ขายได้ โดยระยะเวลาในการอนุมัติเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งทำให้เป็นโอกาสเปิดสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยอย่างมาก แต่จุดเสีย คือ iPhone เป็นแพลตฟอร์มที่มีแอพพลิเคชั่นเยอะมาก คู่แข่งขันในตลาดค่อนข้างมากทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยจะต้องเบียดแทรกเข้าไปในอยู่ท่ามกลาง 200,000 กว่าแอพพลิเคชั่น

ในขณะที่ Android เน้นการตลาดคนละรูปแบบ คือ ตลาดสำหรับแอพพลิเคชั่นค่อนข้างปิดอย่างน้อยที่สุดในประเทศไทย เราไม่สามารถสมัครเอาแอพพลิเคชั่นไปฝากขายใน “Market” ได้ เพราะแอพพลิเคชั่นใน “Market” เน้น Free App มากกว่า ซึ่งเป็นการยากมากกว่าที่แอพพลิเคชั่นของไทยจะได้ค่าโฆษณา เพราะต้องมี Content ที่คนสนใจ ปัจจุบันแอพพลิเคชั่น ส่วนใหญ่ของ “Market” ยังเป็นฟรีแอพพลิเคชั่น ซึ่งรายได้สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากโมเดลนี้จะมาจากค่าโฆษณาที่ขึ้นอยู่ในตัวแอพพลคิชั่น ในขณะที่แอพพลิเคชั่นส่วนใหญ่ของ iPhone คือแอพพลิเคชั่นเสียเงินดังนั้นรายได้จะมาจากการขายแอพพลิเคชั่นโดยตรง ซึ่งนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะได้รายได้ 70 เปอร์เซ็นต์

“ณ ตอนนี้ จำนวนเครื่องโทรศัพท์บนแพลตฟอร์ม iOS ยังสูงกว่า Android แต่อัตราการขยายตัวของ Android สูงกว่า iOS ซึ่งคาดว่าในอีก 1-2 ปีข้างหน้า (หรืออาจจะเร็วกว่านั้น) จำนวนเครื่องสมาร์ทโฟนที่เป็น Android น่าจะแซง iOS แต่ทั้งนี้กระแสของ Apple ยังคงเร็วและแรงเพราะหากพูดถึงแพลตฟอร์ม iOS ต้องนับรวมทั้ง iPhone, iPod Touch และ iPad ทำให้ขนาดตลาดของ iOS จะค่อนข้างใหญ่ เจ้าของคอนเทนต์เจ้าใหญ่กระโดดลงมาเล่นมาพัฒนาแอพพลิเคชั่นบน iOS เอง ทำให้ให้ตลาดนี้ยิ่งเติบโตและน่าสนใจ และคาดกันว่าจะเข้ามาเบียดตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค คือคาดว่าตลาดสมาร์ทโฟนจะเข้ามาเบียดตลาดพีซีอย่างแน่นอนในอนาคต แต่ตรงนี้คือน่านน้ำใหม่ที่สดใสกว่าของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย เพราะเดิมพัฒนาซอฟต์แวร์บนพีซี ก็ถูกจำกัดแต่ตลาดในประเทศเท่านั้น แต่พอเป็นสมาร์ทโฟน อาทิ iOS พัฒนาเสร็จส่งเข้าไปที่ iTune ซึ่งตลาดใหญ่กว่า เพราไปทั่วโลก รอแค่ 2 อาทิตย์ก็ขายได้แล้ว ความง่ายของตลาดเป็นการเปิดโอกาสให้นักพัฒนา แต่ในขณะเดียกวันความง่ายของการเข้าถึงตลาดก็เป็นการนำพาคู่แข่งมาเป็นจำนวนมากเช่นกัน”

Windows Phone 7 คือ “ตัวแปร”

สำหรับ Windows Phone 7 นั้น หมอจิม บอกว่า มีโอกาสสูงที่จุด Peak ของ Windows Phone 7 น่าจะอยู่ราวเดือนธันวาคม 2553 นี้ ที่จะได้เห็นการสู้กันระหว่าง Windows Phone 7 กับ iOS ซึ่งไมโครซอฟท์ใช้กลยุทธ์ด้วยการทุ่มทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Windows Live และxBox ซึ่งเป็นโปรดักส์ที่ประสบความสำเร็จมาสู้กับ iPhone ทำให้โอกาสที่ Windows Phone 7 จะมีสูง เพราะราว 60 เปอร์เซ็นต์ของตลาด iPhone อยู่ที่เกม ฉะนั้นการที่ไมโครซอฟท์เอา xBox มาอยู่ใน Windows Phone 7 เพื่อต่อกรกับ iPhone นั้นก็ค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อ

“ตลาดสมาร์ทโฟนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะเป็นสนามการต่อสู้ของ 3 แพลตฟอร์มนี้ คือ Windows Phone 7, iOS และ Android  ปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคใหม่ของสมาร์ทโฟน ตอนนี้มันเหมือนช่วงตลาดพีซีช่วงที่เปลี่ยนจาก DOS มาเป็น Windows ฉะนั้นเวลาพูดถึงตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบันมันจะยังเบลอๆ เพราะมีการอ้างตัวเลขจากเจ้าตลาดเดิม คือ โนเกีย แต่หากจะนับเฉพาะตลาดสมาร์ทโฟนตามรูปแบบธุรกิจใหม่ที่มีตลาดแอพพลิเคชั่นรองรับการใช้งานแล้ว ปัจจุบันสัดส่วนตลาดหลักของสมาร์ทโฟนในตลาดอเมริกา คือราว 45 เปอร์เซ็นต์ ยังเป็นของ iOS ในขณะที่ราว 15-20 เปอร์เซ็นต์เป็นของ Android ในขณะที่สัดส่วนของ Windows Phone 7 ยังไม่มี ซึ่งตลาดรวมสมาร์ทโฟนทั้ง 3 แลพตฟอร์มจะเติบโตขึ้นเบียดส่วนแบ่งตลาดบนของโนเกีย ส่วน BlackBerry นั้นน่าจะเป็นตลาดเฉพาะ (Niche Market) จะไม่ได้มาแข่งกับ 3 แพลตฟอร์มนี้”

แต่ส่วนแบ่งการตลาดโลก ณ ปัจจุบัน โนเกียยังเป็นเจ้าตลาดอยู่ รองลงมาคือ iOS ตามด้วย BlackBerry และ Android ซึ่ง Android น่าจับตามมากเพราะอัตราการเติบโตค่อนข้างเร็ว เนื่องจากมีผู้ผลิตเครื่องหลายราย

สำหรับ Windows Mobile 6.5 นั้น ปัจจุบันยังมีแอพพลิเคชั่นจำนวนมากที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม Windows Mobile 6.5 ซึ่งจะเป็นคนละตลาดกับ Windows Phone 7 ตลาดในส่วนนี้จะ “Flat Growth” เรียกว่า “ไม่ตายแต่ไม่โต” เพราะจะถูกจำกัดการใช้งานกับแอพพลิเคชั่นเฉพาะเชิงธุรกิจเท่านั้น เท่ากับว่า สำหรับค่ายไมโครซอฟท์จะมี 2 แพลคฟอร์มของสมาร์ทโฟน คือ  Windows Mobile 6.5 กับ Windows Phone 7 ซึ่งในงาน NIX ไมโครซอฟท์กล่าวว่าจะยังคงรักษาสถานะของทั้ง 2 OS นี้เอาไว้

สำหรับเจ้าตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโลกอย่างโนเกียนั้น นับว่ากำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ เพราะตลาดสมาร์ทโฟนในอดีตกับปัจจุบันกำลังเปลี่ยนรูปแบบของธุรกิจอย่างสิ้นเชิง หรืออาจกล่าวได้ว่า ตลาดสมาร์ทโฟนกำลังเลื่อนเข้าสู่ตลาดคอนซูเมอร์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดมหึมาหากเทียบกับตลาดสมาร์ทโฟนในอดีตที่ฐานลูกค้าใหญ่คือภาคธุรกิจ ซึ่งตลาดสมาร์ทโฟนในปัจจุบันที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้เป็นเพราะตลาดสมาร์ทโฟนได้สร้างให้เกิดระบบนิเวศของอุตสาหกรรม (Ecosystem) นั่นคือ การเกิดขึ้นของตลาดแอพพลิเคชั่น (App Store/ App Market) ขนาดใหญ่ ซึ่งระบบนิเวศของอุตสาหกรรม (Ecosystem) ของตลาดสมาร์ทโฟนสำหรับคอนซูเมอร์นั้นมีขนาดมหึมามากกว่าระบบนิเวศของอุตสาหกรรม (Ecosystem) ของตลาดสมาร์ทโฟนสำหรับธุรกิจ

Developers “ตัวแปร” ชัยชนะในสนามสมาร์ทโฟน

อย่างไรก็ดี การจะประสบความสำเร็จในตลาดสมาร์ทโฟนได้นั้น ผู้ผลิตจะต้องดึงดูดนักพัฒนาซอฟต์แวร์ให้มาพัฒนาแอพพลิเคชั่นป้อนตลาดแอพพลิเคชั่นให้ตนเอง ซึ่งหากประเมินขุมกำลังกันแล้วนับว่า iPhone ยังคงเป็นต่อ Android และ Windows Phone 7 อยู่ เพราะ iPhone เน้นที่แอพพลิเคชั่นที่ผู้ใช้ต้องจ่ายเงิน (Paid Apps) ทำให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์อยากจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นป้อน iPhone มากกว่า แต่ Android เพิ่งเริ่มและแอพพลิเคชั่นส่วนมากยังเป็นของฟรี (Free Apps) ในขณะที่ Windows Phone 7 มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เคยพัฒนาแอพพลิเคชั่นป้อน xBox อยู่ในมือแล้วจำนวนมากทำให้ค่อนข้างจะได้เปรียบในเรื่องนี้

“โนเกียพยายามเอา Symbian มาทำเป็นโอพ่นซอร์สหวังว่าจะได้รับความนิยมเหมือนกับ Android และโนเกียยังจับมือกับอินเทลออก MeeGo (Mobile Linux Platform) และปลายปีจะออก MeeGo มาสู้กับ iPad ก็นับว่าเดินมาในทางเดียวกัน คือ มีตลาดแอพพลิเคชั่น แต่ต้องอย่าลืมว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์เองก็มีอยู่จำกัด ซึ่งแพลตฟอร์มไหนสามารถให้โอกาสและผลตอบแทนที่เร็วกว่าเขาก็จะไปพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับแพลตฟอร์มนั้น ซึ่งในปัจจุบันก็คือ iOS กับ Android”

สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์เองนั้นแม้ว่าตลาดในปัจจุบันจะค่อนข้างเปิด แต่ทว่าการที่ตลาดเปิดตลาดง่ายก็นำมาซึ่งคู่แข่งจำนวนมหาศาล ตัวอย่างเช่น iOS ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นบน iTune มากกว่า 200,000 ชิ้น และในแต่ละวันมีแอพพลิเคชั่นใหม่เข้ามาขายบน iTune ราว 400 แอพพลิเคชั่นต่อวัน อายุเฉลี่ยของแอพพลิเคชั่น (App Lifecycle) บน iTune อยู่ที่ราว 1 เดือน หมายความว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องพัฒนาแอพพลิเคชั่นอย่างไม่หยุดหย่อน

อย่างไรก็ดีแม้ว่าโมเดลตลาดแอพพลิเคชั่นนี้จะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่ทว่าโมเดลตลาดแอพพลิเคชั่นก็เป็นโมเดลที่เปิดโอกาสความสำเร็จให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ค่อนข้างมาก เพราะว่าหากแอพพลิเคชั่นไหน “เข้าตา” หรือ “โดนใจ” ผู้ใช้งานแล้วสามารถสร้างจำนวนการดาวน์โหลดได้มหาศาลก็จะสามารถสร้างได้รายได้ให้กับนักพัฒนารายนั้นได้อย่างมากเช่นเดียวกัน

“ข้อดีของรูปแบบธุรกิจนี้ คือ เหมือนตลาดหนังตลาดเพลง ที่หากผลงานชิ้นไหนโดนหรือฮิต โอกาสสร้างรายได้มหาศาลก็มี ซึ่งความยากเชิงเทคโนโลยีนั้นไม่ยาก แต่ยากตรงเรื่องความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าซึ่งอยู่ในคนละวัฒนธรรมกับเรา ตลาดใหญ่ของการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของ iTune นั้นอยู่ในตลาดอเมริกา ที่ตกเฉลี่ยแล้วจะมีการดาวน์โหลด 15,000-20,000 ดาวน์โหลดต่อวัน ในขณะที่ปริมาณการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นสูงสุดในไทย คือ 40 ดาวน์โหลดต่อวัน ขนาดตลาดแตกต่างกันมาก”

“ฉะนั้น การออกแบบและพัฒนาแอพพลิเคชั่นจะต้องทำเป็นสากล ซึ่งแอพพลิเคชั่นที่โดนใจตลาดไม่จำเป็นต้องเป็นต้องเป็นแอพพลิเคชั่นขนาดใหญ่ แต่ต้องถูกใจตลาด เพราะตลาดนี้เป็นตลาดคอนซูเมอร์ล้วนๆ ตัวอย่างเช่น แอพพลิเคชั่นรวมเสียงตด ที่ชื่อ iFarp มียอดดาวน์โหลดวันละ 15,000 ดาวน์โหลดต่อวัน” หมอจิมกล่วาทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ

View :2122

HTC Legend … มือถือสำหรับคนออนไลน์ (..สวย ดี ไม่แพงเกินไป)

June 6th, 2010 No comments

หากจะกล่าวว่าโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันนี้หากไม่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ ยุคโซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social Network) ที่ต้องการการสื่อสารกับคนอื่นตลอดเวลาแล้วอาจจะขายยากสักหน่อย ซึ่งวันก่อนได้มีโอกาสสัมผัส HTC Legend จุดมุ่งหมายแรกของการรับจะลองเล่นลองใช้ HTC Legend เพราะอยากจะลองเล่น Android Phone โทรศัพท์มือถือแพลตฟอร์มที่ถูกจับตาและคาดหมายว่าจะมาต่อกรและล้มแชมป์เจ้าแห่งสมาร์ทโฟนและเจ้าแห่งโมบายแอพพลิเคชั่นอย่าง iPhone นั่นเอง

โดยส่วนตัวแล้วกับแบรนด์ HTC นั้นไม่ค่อยสนิทกันมากนักในแง่ของความคุ้นเคยในการใช้งานมือถือ เพราะจากประสบการณ์ตรงเคยไม่เคยซื้อมาใช้ เคยใช้แต่ O2 ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น Dopod จนมาเป็น HTC ในที่สุด ซึ่งคงจะไม่แฟร์นักหากจะเอาประสบการณ์ความทรงจำของการใช้ Windows Mobile ในอดีตสมัยยุค O2 มารู้สึกกับ HTC (แม้ว่าที่ผ่านมาจะแอบคิดมาโดยตลอดว่า HTC ใช้ยาก เพราะเป็น Windows Mobile ก็ตามที)

แต่ทว่าสัมผัสแรกที่จับ HTC Legend รู้สึกว่า “เออ….สวยดีวุ้ย บาง เบา เหมาะมือจัง” และหลังจากที่ได้มีโอกาสอยู่กับ HTC Legend มาสองอาทิตย์กว่า (แบบไม่ต่อเนื่อง เพราะว่าเป็นเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองพอดีทำให้ต้องมีภารกิจในการทำหน้าที่อื่น) ก็พบว่า HTC Legend เป็นมือถือที่น่าใช้สำหรับคนที่ต้องการมองหา Smart Phone ที่สมาร์ทจริงๆ ไม่ใช่ฉลาดแบบกึ่งๆ ในราคาสมเหตุสมผล HTC Legend ก็น่าจะเป็นตัวเลือกในอันดับต้นๆ เลยทีเดียว

ตั้งโจทย์กับตัวเองว่าจะลองใช้ HTC Legend เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตการสื่อสารในชีวิตประจำวันของตัวเองดูสิว่า หากต้องออนไลน์อินเทอร์เน็ตบนมือถือตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ต้องปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและเจ้านายได้ตลอดเวลา ต้องอัพเดทหน้า Facebook Fanpage ต้อง Tweet พูดคุย อยากจะทวีตข่าวที่น่าสนใจจากสำนักข่าวต่างประเทศ หรือจะแชร์ข่าวนั้นให้เพื่อนใน Facebook จะสามารถทำทั้งหมดทุกอย่างได้ด้วยเครื่องมือถือเครื่องเดียวอย่าง HTC Legend หรือไม่….?

พอได้โจทย์แล้ว..ก็ลุยเลย แอพพลิชั่นแรกเลยที่พุ่งเข้าใส่ก็คือ ‘Market’ ซึ่งก็คือ Application Store ของ Android Phone นั่นเอง (เหมือนกับ iTune Application Store ของ iPhone) ความหา Twitter Client for Android มาให้หมดเกือบทุกตัว ที่กวาดมาได้ก็หลายตัวอยู่ อาทิ Twidroid, Seemicsและ TweetCaster จากนั้นก็ไปหา Facebook for Android ด้วย หลัง จากนั้นก็ลุยหาแอพฯ ข่าวในตลาด แล้วก็พบว่า สำนักข่าวนี่ไวจริง มีบริการข่าวของแทบทุกสำนักที่มีบริการบน iPhone ก็มีบริการบน Android Phone ด้วย

นอกจากแอพฯ สื่อสาร แอพฯ ข่าวแล้ว ใน ‘Market’ ยังมี แอพฯที่น่าสนใจอีกเพียบ โดยเฉพาะแอพฯฟรี การหาแอพฯใน ‘Market’ดูเหมือนจะหาง่ายกว่าบน Application Store ของ iPhone เพราะว่าที่ ‘Market’ จะจัดแอพฯ เป็นหมวดหมู่ให้ง่ายต่อการหา ส่วน Application Store ของ iPhone นั้นจะเรียงเป็น Top 25 Applications Free/Paid ซึ่งไมได้จัดเรียงตาม “ประเภท” ของแอพฯ ทำให้ ‘Market’ นั้นเหมาะกับคนที่มีแอพฯ ในใจที่ต้องการตั้งต้นแล้วมุ่งไปหา แต่เหมือนมาเดินช้อปแอพฯ เจออะไรน่าเล่น น่าใช้ก็โหลดมา

จากนั้นก็ลองท่องโลกออนไลน์โดยใช้ HTC Legend ผ่าน WiFi พบว่า ประสบการณ์บน HTC Legend Android กับ iPhone นั้นไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่นัก (อาจต่างบ้าง เพราะว่าใช้ iPhone จนชินมือมากกว่าเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะมนุษย์เราหากอยู่กับอะไรนานๆ ก็จะคุ้นชินกับสิ่งนั้นๆ ไปได้เอง) แต่สำหรับบางคนที่อาจจะไม่คุ้นกับการใช้หน้าจอสัมผัส โดยเฉพาะการใช้ Soft Keyboard แทนการจิ้ม Hard Keyboard อาจจะต้องการเวลาในการปรับตัวนิดนึง

เริ่มจากหน้าจอสัมผัสพบว่าการตอบสนองต่อการสัมผัสของ HTC Legend นั้นมีความไวพอๆ กับ iPhone หน้าจอสัมผัสก็มีความลื่นไหลได้ดีมาก “ลื่นปรื๊น ลื่นปรื๊น” การแสดงผลหน้าจอแบบ Sense UI ก็ช่วยทำให้การหา “ของ” อาทิ ไฟล์และข้อมูลต่างๆ หา “แอพพลิเคชั่น” ที่เก็บไว้ได้สะดวกง่ายดายเพียงปลายนิ้วสะบัด แต่การจัดเรียง “ของ” หรือ “แอพพลิเคชั่น” ต่างๆ ของ HTC Legend นั้น จะเรียงตามตัวอักษร ไม่ว่าแอพฯนั้นจะมาก่อนหรือหลังไม่สำคัญ ชื่อนั้นสำคัญกว่า เพราะมันจะเรียงตามตัวอักษรชื่อแอพฯ (ซึ่งต่างจาก iPhone ที่จะเรียงยงไงก็ได้แล้วแต่เรา อยากให้แอพฯอะไรอยู่หน้าไหน อยู่ใกล้อับแอพฯอะไรก็เคลื่อนย้ายได้หมด) เสียดายอยู่อย่างเดียวที่ไมได้ลองแอพฯ อีเมล์ เพราะว่า HTC Legend ให้ตั้งค่าเมล์หลักต้องเป็น POP3 เท่านั้น หากเป็น web mail หมดสิทธิ์

Facebook บน HTC Legend มีลูกเล่นแตกต่างจาก Facebook บน iPhone อยู่บ้าง นี่คืหอหน้าตาของเมนเมนูของ Facebook บน HTC Legend จะเห็นว่ามีอยู่ 6 ฟังก์ชั่นหลัก จะเห็นว่ามีฟังก์ชั่นในการจัดการ Page ซึ่ง iPhone ทำได้ แต่โดยรวมแล้ว ฟังก์ชั่นการใช้งานของ Facebook บน HTC Legend นั้นก็ใช้ง่ายและมากพอสำหรับการสื่อสารแบบครบอรรถรสบนมือถือจริงๆ

ซึ่งคุณสมบัติหลักอย่างหนึ่งที่ชอบมากๆ ของ HTC Legend คือการ “แชร์” ข้อมูล ทั้งข้อความ และภาพข้ามไปมาระหว่าง Social Network หลายตัวได้ ไม่ว่าจะแชร์จาก Facebook ไป Twitter หรือแชร์จาก Twitter ไป Facebook หรือ แชร์ข้ามไปข้ามมาระหว่าง Twitter Clinets บน Android ด้วยกันเอง (อันนี้เอาไว้ไปแชร์ข้อมูลที่คนอื่นใน Twitter โพสต์เข้ามา เพื่อแชร์ไปให้เพื่อนบน Facebook ได้รับรู้)

ส่วนการ Copy & Paste นั้น เป็นอีกฟังก์ชั่นการใช้งานหลักที่ใช้บ่อยมาก ซึ่งตอนแรกหาฟังก์ชั่นนี้ไม่เจอ ปรากฏว่าการจะ Copy & Paste นั้น จะต้องกดค้างไว้สักอึดใจ (อาจจะนานกว่าบน iPhone นิดหน่อย) ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ไม่ต่างจากกัน

และอีกฟังก์ชั่นที่ชอบมากๆ อีกเช่นกัน คือ การเก็บภาพ snapshot ซึ่งการใช้ฟังก์ชั่นนี้แปลกมา คือ ต้องไปดาวน์โหลดแอพฯมาก่อน และแอพฯ ที่ใช้คือ Shoot Me และการจะเซฟหน้าจอได้นั้น ไม่ต้องกดปุ่มอะไรเลยเพียงแต่ “เขย่า” (Shake) เจ้า HTC Legend เท่านั้น…อืม…ประทับใจมาก…แปลกดี สนุกดีด้วย..(แต่เวลาเขย่าควรจับเครื่องแน่นๆ นะคะ ระวังจะหลุดมือ)

แต่สำหรับกล้องและการถ่ายรูปนั้น ต้องบอกว่า HTC Legend สู้ iPhone ไม่ได้ เพราะว่าจังหวะการกดชัตเตอร์ และจังหวะของการเก็บภาพที่ถ่ายไว้เพื่อที่จะถ่ายรูปใหม่นั้น จะกินเวลากว่า (คือช้ากว่า) iPhone อยู่หลายวินาที ซึ่งคุณสมบัตินี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะเอาไว้ถ่าย “เหตุการณ์” แต่หากเอาไว้ถ่ายรูปเล่นก็ไม่ใช่ปัญหาหรือเรื่องน่าปวดหัวแต่อย่างใด

มีฟังก์ชั่นนึงที่คิดว่า HTC Legend เหนือกว่า iPhone ก็คือ Word Press เพราะว่า Word Press บน HTC Legend นั้นมีฟังก์ชั่นและ Look& Feel น่าใช้กว่า Word Press บน iPhone มากๆ หน้าตาของ Word Press บน HTC Legend ละหม้ายคล้ายบนเว็บเลย ใช้งานง่ายและดูสวยงามมาก..ชอบมากๆ

เกือบลืมไปอีกฟังก์ชั่นหนึ่งที่ลองแล้วชอบ (ลองเทียบกันเลย 2 เครื่องทั้ง HTC Legend และ iPhone) คือ การดู YouTube บน HTC Legend สวยงามชัดใสดีจริงๆ

สรุปจากการลองเล่นแอพพลิเคชั่นหลักๆ ที่ตัวเองใช้ประจำและชอบใช้ (ในฐานะของผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่รู้เรื่องเทคนิคมากมายนัก) ก็พบว่า HTC Legend เป็นโทรศัพท์มือถือที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์ชอบการออนไลน์ ชอบการท่องโลกอินเทอร์เน็ตและ Social Network จริงๆ เพราะใช้งานง่าย มีหลากหลายแอพพลิเคชั่นให้เลือก รูปลักษณ์ รูปทรงก็สวยงามดีด้วย

View :2497
Categories: Mobile Phone Tags: ,

dtac launched iPhone

March 12th, 2010 No comments

Recently, Dtac officially kicked off its iPhone package with the aim to become number one iPhone seller in Thailand in next 12 months and aims to be the market leader in offering mobile Internet data market.

Thana Thienachariya, dtac’s Chief Commercial Officer said that dtac aims to sell at least 100,000 iPhone by this year with the better offers including price/ package, service, and channels, it believe that dtac will become the market leader in selling iphone and in providing mobile Internet data service.

“Currently, around 87,750 iPhone users are on dtac network. And only one day, on March 10, we have already get 3,000 orders for dtac’s iPhone,” said Thana.

iPhone price offered by dtac is Bt19,900 for iPhone 3G/8GB; Bt24,500 for iPhone 3GS/16 GB; and Bt28,500 for iPhone 3GS/32 GB. If users buy iPhone with package they will better price included Bt18,900 for iPhone 3G/8GB; Bt22,900 for iPhone 3GS/16 GB; and Bt26,400 for iPhone 3GS/32 GB.

Dtac offers iPhone with three different packages ranked from S, M, and L. S-package is Bt449 per month that users get 225 minutes of voice call, 200 SMS, 30 MMS, and 100 megabyte of data usage. Users will get free more 3 months after using 9 months. M-package is Bt580 per month offers users 250 minutes of voice call, 300 SMS, 50 MMS, and unlimited data usage. L-package is Bt690 per month offering users 350 minutes of voice call, 400 SMS, 75 MMS, and unlimited data usage. Both M and L packages, users will get free more 6 months after using 18 months.

“We also offer Bt650 for unlimited data usage for overall smart phone users as well,” said Thana.

For service, Thana said dtac prepare 150 iPhone Buddies that are dedicated staff trained to provide assistant for dtac’s iPhone users. It has dtac iPhone Buddies in every channel of 106 channels nationwide including 49 dtac centers, 31 iStudio shops, 5 TG Phone shops, 5 JayMart shops, and 16 direct-sale of iPhone Buddies.

“Due to the majority of iPhone targeted users are people who aspired to have and willing to learn to use applications on iPhone, these groups need assistants to help them in the basic use. dtac’s iPhone Buddy will help them be impress on our services,” said Thana.

The company prepared Bt100 million for marketing budgets dedicatedly for iPhone as well as with the Bt6 billion of network capacity expansion this year. Currently, dtac has 10,000 based-stations nationwide and all of them have EGDE capability.

More use of iPhone will force the company to increase its EDGE network capacity, so the company plans to expand its network from now at 2 Gigabit per second to be at least 3 Gbps by the end of this year.

“It depends on demand in data usages, if we found that the demand rapidly increased we can expand our network to 3.5 Gbps easily. We prepare our network capacity at 15 percent and have around 4 months in lead-time for network improvement. So, we confident that our data network will not be congressed,” said Thana.

Currently, dtac has 27 per cent of mobile data market. It aims to become market share leader with at least 30 per cent by this year.

View :1547
Categories: Mobile Phone Tags: ,